คอลัมนิสต์

คนไทยรับรู้อาเซียนดีขึ้น

คนไทยรับรู้อาเซียนดีขึ้น

21 ต.ค. 2557

คนไทยรับรู้อาเซียนดีขึ้น : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

             นิด้าโพลล่าสุด ชี้ว่า คนไทยกว่าครึ่งคือ 51.4 เปอร์เซ็นตร์ มีความพร้อมในการเป็นประชาชนในประชาคมอาเซียน ต่างจากเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ในระดับการรับรู้และตระหนักเกี่ยวกับอาเซียนที่ต่ำมากๆ คือประมาณ 27 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คนลาวและเวียดนามสูงกว่าไทยมากในช่วงนั้น ตอนนี้ไทยกินขาด

             ทราบกันดี คนไทยได้ข้อมูลข่าวสารในชีวิตประจำวันจากทีวี จึงไม่แปลกใจ ข่าวสารอาเซียนทั้งหลายทั้งปวงมาจากรายการทีวีแทบทั้งสิ้น รองลงมาเป็นหนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต วิทยุ นิตยสารวารสาร และหนังสือ ตามลำดับ จะสังเกตเห็นว่า สื่ออะไรก็ตามที่ต้องอ่านแทนที่จะฟัง จะได้รับความนิยมน้อย ต้องย้ำว่า ข่าวจากหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่อ่านแต่พาดหัวข่าว น้อยคนจะอ่านข่าววิเคราะห์เจาะลึก ยิ่งในยุคสมัยของโซเชียลมีเดียมีแต่ข้อความสั้นๆ

             มีความจำเป็นต้องเพิ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนและการเมืองในภูมิภาคแก่สื่อมวลชนทำงานตามสถานีโทรทัศน์ทุกระบบ รวมทั้งนักข่าวสื่อตีพิมพ์ ที่ผ่านมาความรู้เรื่องอาเซียนของสื่อผิวเผินฉาบฉวยไม่รู้จริง ไม่สามารถเข้าใจหรือวิเคราะห์ได้อย่างถ่องแท้ ช่วงหลังจะพบว่ามีรายการพิเศษทีวีเกี่ยวกับอาเซียนมากขึ้น แต่เนื้อหายังอ่อน มีเรื่องไร้สาระไม่มีความเกี่ยวโยงกับอาเซียนเต็มไปหมด กลายเป็นเรื่องซื้อขายของในอาเซียนไปเสียหมด

             สำหรับคนไทยร้อยละ 70 คิดว่า การให้ความรู้เกี่ยวกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในเรื่องเศรษฐกิจการค้าและการลงทุน 3 ปีก่อนกระทรวงพาณิชย์มีการรณรงค์เรื่องเศรษฐกิจเป็นประเด็นหลักคือ เออีซี จนทำให้คนไทยมุ่งไปที่เรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ใช้งบประมาณเกือบ 8,000 ล้าน เพื่อเพิ่มความตระหนักในเรื่องเออีซี ตอนนี้ดูเหมือนงบประมาณเหือดหายไป การรณรงค์เออีซีพลอยลดน้อยไปด้วย

             รองลงมาคือ คนไทยร้อยละ 13 คิดว่า เรื่องการเมืองและความมั่นคง รวมทั้งสังคมและวัฒนธรรมมีความจำเป็น ซึ่งนับว่าต่ำมาก เอาเข้าจริงทั้งสองเสาหลักนี้มีความสำคัญมากพอๆ กับทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกัน ประชาคมที่สมบูรณ์ต้องบูรณาการทุกมิติ

             ในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์การเมืองในไทยสร้างความวุ่นวายใจให้แก่สมาชิกอาเซียน กลัวว่าแผนการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะถูกกระทบกระเทือน ทั้งนี้เป็นเพราะว่าไทยยังเป็นพลังขับเคลื่อนหลักของอาเซียน ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนปลายปีที่แล้วและต้นปีนี้ จึงมีแถลงการณ์ร่วมจากผู้นำอาเซียนเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในไทย ถึงแม้ว่าจะเป็นการผลักดันจากไทยให้อาเซียนออกถ้อยแถลงสนับสนุนการพัฒนาประชาธิปไตยในไทยก็ตาม

             อย่างไรก็ดี บทบาทไทยในอาเซียนมีความสำคัญมาก ถึงแม้สถานการณ์ในไทยยังไม่เรียบร้อยก็ตาม ไทยในฐานะผู้ก่อตั้งยังมีบารมีอยู่ ฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้ต้องไม่พลาดโอกาสที่จะส่งเสริมมาตรการต่างๆ ที่จะทำให้การไปสู่ประชาคมไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว

             ประเด็นสำคัญอีกเรื่องสำหรับคนไทยถึงร้อยละ 90 ยังมีเรื่องการเตรียมความพร้อมด้านฝีมือแรงงาน คนไทยยังมีความรู้สึกว่าแรงงานไทยยังสู้เพื่อนบ้านไม่ได้ ตามจริงแล้ว แรงงานไทยมีศักยภาพสูงและมีความเชี่ยวชาญในทุกๆ สาขา ประเด็นที่น่าสนใจคือ แรงงานไทยพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยเป็น พอไปเปรียบเทียบกับแรงงานจากฟิลิปปินส์ทำให้แรงงานไทยดูด้อยไปเลย ฉะนั้นเราต้องเพิ่มทักษะทางด้านภาษาต่างประเทศให้มาก ประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม ลาว อินโดนีเซีย ก็มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน ประเทศที่เคยอยู่ในอาณานิคมอังกฤษจะได้เปรียบกว่า คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมากกว่า แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าคนไทยจะพัฒนาภาษาอังกฤษไม่ได้

             กระทรวงศึกษาธิการได้งบ 500 กว่าล้านบาท เพื่อเสริมทักษะภาษาอังกฤษให้แก่นักศึกษาอาชีวะทั่วประเทศ คนไทยส่วนใหญ่ยังเห็นว่า การเรียนภาษาประเทศเพื่อนบ้านเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคม

             ในช่วงนี้จะพบว่า สมาชิกอาเซียนอื่นเริ่มตื่นตัวกันมากขึ้น อีก 400 กว่าวันเท่านั้น มาเลเซียเริ่มรณรงค์เรื่องประชาคมอาเซียน จะเป็นประธานอาเซียนใหม่ปีหน้า ต้องการชูประเด็นประชาคมอาเซียนที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ประชาชน ลาวเริ่มเตรียมตัวเช่นกันเพราะจะเป็นประธานหลังจากมาเลเซียในปี 2016