
ประจำวันที่ 6 ก.ค.
"บิ๊กตุ๋ย" "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม เปิดฉากลุยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเดิมที "บิ๊กตุ๋ย" เพียงต้องการชี้แจงอำนาจของ ป.ป.ท.ที่เข้าตรวจสอบ กบข.ในช่วงสุญญากาศไร้ "บอร์ด" ว่าทำได้... แต่เมื่อสบช่องที่ระบุไว้ในระเบียบของกฤษฎีกาว่าก่อนที่กฤษฎี
ได้เจรจาทำความเข้าใจกันก่อน แต่กฤษฎีกากลับข้ามขั้นตอนรับตีความอำนาจของ ป.ป.ท. สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ เมื่อกฤษฎีกายอมตามที่ "บิ๊กตุ๋ย" โต้แย้ง โดยให้กระทรวงการคลังและกระทรวงยุติธรรมไปเจรจากันก่อน...งานนี้จึงต้องยกเครดิตให้รัฐมนตรี **
** ว่าด้วยเรื่องสุญญากาศ คณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ก็ยังว่างโล่ง เรื่องนี้ "บิ๊กตุ๋ย" ชี้แจงว่า พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ แม้จะถูกชี้มูลความผิดทางวินัยจากการเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของนักข่าว เอ็นจีโอ และนักการเมืองฝ่ายค้าน แต่ยังคงรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการ ปปง.อยู่ ล่าสุดพ.ต.อ.สีหนาท อ้างถึง พ.ร.บ.ล้างมลทินให้แก่ข้าราชการที่กระทำผิดวินัยปี 2550 และเมื่อผู้เสียหายยกข้อต่อสู้ขึ้นมาอ้างอิง รมว.ยุติธรรมในฐานะประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.กพ.) ปปง.ก็ต้องให้ความเป็นธรรมและจำต้องวิเคราะห์ให้ชัดแจ้งว่า กรณีของ พ.ต.อ.สีหนาทจะอยู่ในข่ายได้รับประโยชน์จาก พ.ร.บ.ล้างมลทินหรือไม่ เพราะ พ.ร.บ.ออกมาในยุคสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อนที่ ป.ป.ช.จะชี้มูลความผิดเรื่องนี้ และเมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนจึงจะเริ่มการประชุม อ.กพ.เพื่อตัดสินให้จบไปเสียที **
** บรรดาพ่อค้า นักธุรกิจ เห็น พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เอาจริงเอาจังกรณีเจ้าหน้าที่รัฐประพฤติผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จึงเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่เทศกิจ กทม.ที่มีพฤติกรรมตบทรัพย์ จากภาษีป้ายโฆษณาที่มีเกลื่อนเมืองทั่วทั้ง 50 เขต ภายหลังมอบหมายให้ป.ป.ท.และ กทม.ไปตรวจสอบ ปรากฏว่าผู้ร้องทำหนังสืออีกฉบับถึงรัฐมนตรี ขอร้องให้หยุดตรวจสอบเพราะมีคนมาข่มขู่ถึงประตูบ้าน เรื่องนี้ทำเอา "บิ๊กตุ๋ย" ควันออกหู เรียกดีเอสไอมารับงานตรวจสอบ พร้อมกำชับให้กวาดล้างให้หมดสิ้น เบื้องต้นพบรูปแบบการตบทรัพย์เป็น 2 ลักษณะ คือ 1.เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและเรียกให้มาจ่ายภาษีพร้อมตบทรัพย์เล็กน้อย 2.เจ้าหน้าที่จะพร้อมใจกันตาฝ้าฟาง มองไม่เห็นป้ายโฆษณา จากนั้นจะเรียกให้มาจ่าย แต่งานนี้ถ้าแยกจับเป็นรายๆ จะกลายเป็นคดีกิ๊กก๊อก จึงต้องสอบสวนล้างบางเป็นแพ็กเกจ**



