คอลัมนิสต์

ความจริงจากป้าสังเวียน

ความจริงจากป้าสังเวียน

17 ต.ค. 2557

ความจริงจากป้าสังเวียน : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2557

                ความจริงบางด้านที่ถูกเสนอผ่านปรากฏการณ์ "ป้าสังเวียน รักษาเพ็ชร์" อายุ 52 ปี ชาวนาจาก อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ผู้มาประท้วงเรียกร้องที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล ด้วยการจุดไฟเผาตัวเอง มีสถานะเป็นนายหน้าเงินกู้ ได้รับผลกระโยชน์จากดอกเบี้ยราคาแพงถึงร้อยละ 20 ที่แบ่งปันจากนายทุนใหญ่ประจำท้องถิ่น นอกเหนือจากอาชีพทำนาด้วยการเช่าที่ดิน ความจริงด้านนี้ เปรียบไปก็เหมือนเหรียญอีกด้าน ซึ่งถ้าไม่พลิกพินิจ ย่อมจะไม่เห็นความจริงฝ่ายตรงข้ามที่ควรจะได้รับรู้ไปพร้อมกัน หรือมากยิ่งกว่าเรื่องพื้นๆ ทำนองว่า เมื่อสร้างหนี้เอาไว้ก็ต้องชดใช้ตามกฎหมาย และถ้าหากรู้จักความพอดี พอเพียง สมถะ ไม่ละโมบแล้ว ก็คงจะไม่นำตัวเองเข้าไปสู่กับดักที่สุดท้ายต้องตกเป็นลูกหนี้เสียเอง เพราะไม่กล้าออกไปเก็บดอกเบี้ย เพราะคำสั่งปรามนายทุนเงินกู้ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)

                ความจริงอีกด้านของป้าสังเวียน ก็คงไม่แตกต่างไปจากชีวิตของชาวนาคนอื่นๆ ที่จมตัวเองลงในก้นบึ้งของความยากจน และด้อยโอกาส การกู้หนี้ยืมสิน ด้วยหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างโฉนดที่ดิน หรือเอกสารสิทธิอื่นๆ ที่นายทุนเชื่อถือว่าจะยึดเอาไปทดแทนเงินที่จ่ายให้ได้ จึงเกือบเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นหนทางเดียวที่สามารถเอื้อมถึงได้ บ่อยครั้งที่พวกเขาถูกปรามาสหยามหยันฐานที่ค้อมหัวยอมตนกับนายทุนเงินกู้เพื่อให้ได้มาซึ่งโทรทัศน์ พัดลม ตู้เย็น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า แม้กระทั่งสมาร์ทโฟน รถปิกอัพ ทรัพย์สินอันเรียกได้ว่าเป็นของจำเป็นของแทบทุกครัวเรือนไปแล้ว หรืออย่างน้อยที่สุดมอเตอร์ไซค์ราคาคันละสัก 20,000 บาทก็ยังถือว่า คือความจำเป็นพื้นฐาน ด้วยถนนหนทางที่ซ่อมใหม่แทบทุกปีไม่ได้มีไว้เพียงให้ใช้เดินด้วยเท้า

                กิจกรรมหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินบนเนื้อที่ 150 ไร่ของป้าสังเวียน ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะไม่พึ่งพาเครื่องจักร และเคมีเกษตรอย่างปุ๋ย ยาฆ่าแมลงและวัชพืช แน่นอนว่า เนื้อที่ขนาดนั้นย่อมอยู่ในระดับเดียวกับเกษตรกรรมเชิงเดี่ยว หรือกึ่งๆ อุตสาหกรรมเกษตร มากกว่าจะเป็นเกษตรกรรายย่อยที่สามารถหันมาพึ่งพิงระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงพึ่งตนเลี้ยงตัวและครอบครัว 4 ชีวิตได้ไม่ลำบาก ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างไปจากลูกหนี้เงินกู้อีกนับสิบรายที่อยู่ในเครือข่ายของป้าสังเวียน พวกเขาเหล่านั้นต้องพึ่งพิงดอกเบี้ยร้อยละ 20 เพื่อนำมาใช้เป็นกำลังทุนซื้อหายาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี ยิ่งรัฐบาลยุคก่อนมีนโยบายจำนำข้าวทุกเมล็ดด้วยแล้ว ความฝันของชาวนาไทยย่อมไปไกลเกินกว่าผืนนาที่หว่านไถหรือข้าวเปลือกเกวียนละ 15,000 บาท

                การแสดงออกของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ และรัฐบาลเองที่หันมาเอาใจใส่ต่อเคราะห์กรรมของป้าสังเวียน คงไม่ต่างไปจากไฟไหม้ฟางที่วูบไหวแล้วเงียบหายไปกับสายลม หากแต่เปลวไฟที่ป้าสังเวียนจุดขึ้นด้วยความกดดันอย่างลึกล้ำสุดหยั่งนั้น คือประกายที่ส่องสว่างให้เห็นอีกด้านของชีวิตชาวนาไทยที่กำลังจมลึกลงในระบบทุนนิยม และนโยบายรัฐบาลที่ใช้การเมืองนำทุกสิ่งทุกอย่าง สร้างปราสาททรายให้ชาวนาด้วยลมปาก อนาคตของชาวนาไทย บนแพร่งแห่งการปฏิรูปประเทศคราวนี้ ถึงเวลาหรือยัง ที่จะนำบทเรียนกรณีป้าสังเวียนบรรจุไว้ในแผนปฏิรูปด้านการเกษตร