
ตำรวจทางหลวงผู้รับใช้ชุมชน
ตำรวจทางหลวง ผู้รับใช้ชุมชน : สายตรวจระวังภัย โดยกรกมล อักษรเดช
ปัญหาอาชญากรรมตามแหล่งชุมชน นับวันยิ่งจะเพิ่มเหมือนเงาตามตัว และสลับซับซ้อนเปลี่ยนรูปแบบมากขึ้น จนทำให้การทำงานตำรวจแบบเดิม ที่เน้นบังคับใช้กฎหมายเป็นหลักเพียงอย่างเดียว คงจะไม่สามารถทำให้คดีอาชญากรรมต่างๆ ลดลง ในทางตรงกันข้าม อาจทำให้การ จี้ ชิงทรัพย์ เพิ่มมากขึ้น ทั้งๆ ที่ตำรวจไทยมีผลจับกุมมากที่สุดในเอเชีย
โครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชน (Community Policing) เป็นอีกโครงการหนึ่ง ที่จะเข้ามาลดช่องว่างระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ ชุมชนวัดกาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งนอกจากจะพบปะพูดคุยแล้ว ยังร่วมกันทำกิจกรรมกับชาวบ้านที่มีมากกว่า 5,000 คนอีกด้วย ฉะนั้น การเข้ามารับฟังความคิดเห็นของตำรวจทางหลวง โดยการล้อมวงพูดคุยกับชาวบ้าน จะช่วยสะท้อนถึงปัญหา และร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไข เพื่อให้คดีอาชญากรรมต่างๆ ในชุมชนได้ลดน้อยลง
พ.ต.อ.สมชาย เกาสำราญ รร.ท.ผบก.ทล. กล่าวว่า ตำรวจทางหลวง นอกจากจะดูแลกฎระเบียบตามท้องถนนแล้ว ภารกิจในการป้องกันอาชญากรรม ยังจะต้องเน้นไปในที่ชุมชนริมถนนด้วย ซึ่งแนวคิดในการปรับสภาพแวดล้อมในการป้องกันอาชญากรรมนั้น ถือว่าเป็น 1 ใน 5 ทฤษฎี 1 หลักการ ของงานตำรวจสมัยใหม่ที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ได้เน้นให้ตำรวจนำไปใช้ในการป้องกันอาชญากรรม ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีกลับหลังหัน เปลี่ยนวิธีการทำงานไปสู่งานตำรวจสมัยใหม่ (modern Policing) ซึ่งเป็นการทำให้อาชญากรรมลดได้อย่างเห็นผล และทำให้ลดความหวาดระแวงอาชญากรรมของประชาชนลงได้ เพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจ ช่วยลดช่องว่างระหว่างตำรวจกับประชาชน ให้มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการล้อมวงพูดคุยของทั้ง 2 ฝ่าย ถือว่าเป็นการปรับทัศนคติร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง อันจะก่อให้เกิดการต่อยอด ด้วยการแก้ไขปัญหาในชุมชนด้วยตนเอง
นอกจากการล้อมลงพูดคุย ยังมีกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน ในการช่วยกันอนุรักษ์สภาพแวดล้อมรอบชุมชน ปรับภูมินิทัศน์ให้มีความสวยงามในคลองสายประวัติศาสตร์ “คลองสุนัขหอน” เพราะในอดีตที่ผ่านมา มักมีบุคคลสำคัญๆ ใช้สายน้ำแห่งนี้เป็นที่สัญจรไป-มา ซึ่งมีระยะทางกว่า 42 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น ที่จะแสวงหาความร่วมมือร่วมใจ ในการสร้างชุมชนวัดกาหลง ให้เป็นชุมชนปลอดอาชญากรรม
ขณะที่ พ.ต.อ.อภิชัย ดุษฎีพฤฒิพันธุ์ ผกก.2 บก.ทล. กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลังของตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ซึ่งนอกจากจะเข้าไปพูดคุยกับชาวบ้าน เพื่อรับฟังปัญหาแล้ว ยังได้ร่วมกับชาวบ้านจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยกิจกรรมต่างๆ ก็เน้นไปในเรื่องของการป้องกันอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับภูมิทัศน์ให้มีความปลอดโปร่ง เพิ่มแสงไฟสว่างตามจุดเสี่ยง และอื่นๆ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง กก.2 บก.ทล. ร่วมกับชาวบ้านในชุมชนช่วยกันร่วมแรงร่วมใจ ปรับแต่งสภาพแวดล้อม นำเรือออกเก็บขยะ เก็บผักตบชวา และวัสดุสิ่งของในลำคลอง ตัดต้นไม้ใบหญ้าริมฝั่งคลองให้ดูโปร่ง



