
ผบ.ทบ.กำชับ6ภารกิจหลักขันนอตทุ่งยางแดงโมเดล
ผบ.ทบ.กำชับ 6 ภารกิจหลัก ขันนอตทุ่งยางแดงโมเดล : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
เหตุการณ์เผาโรงเรียน 6 แห่งใน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไรนัก ก่อนที่จะมีการพูดคุยเพื่อสันติสุขกับกลุ่มที่เห็นต่างที่จะเกิดขึ้นภายในเดือนตุลาคมนี้
โดย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (รมช.กลาโหม) ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จึงสั่งการให้ทบทวนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อีกครั้ง ขณะที่ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ผุดแนวคิด "ทุ่งยางแดงโมเดล" เพื่อปรับยุทธวิธีในการทำงานจากทุกภาคส่วนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
การทำงานแบบทุ่งยางแดงโมเดลเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย คือ พลเรือน ตำรวจ และทหาร โดยเน้นการทำงานให้เกิดความชัดเจน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยนับจากนี้ไปการปฏิบัติงานจำเป็นจะต้องประเมินผลงานภายใน 3 เดือน
ทั้งนี้ หากทุ่งยางแดงโมเดลประสบความสำเร็จ กองทัพบกจะกระจายการปฏิบัติให้เป็นเหมือนกันในทุกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมติดตั้ง "ระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยแบบรีโมท" ในทุกโรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยในส่วนของภาคพลเรือนได้กำหนดให้ "นายอำเภอ" เป็นแม่งานหลักในการเข้าไปเร่งฟื้นฟูจิตใจ สร้างความสามัคคีปรองดอง และพัฒนาไปสู่กระบวนการชุมชนเข้มแข็ง ทั้งในเรื่องของกำลังภาคประชาชน ชุดคุ้มครองตำบล และชุดคุ้มครองหมู่บ้าน
สำหรับการกำหนดมาตรการวางแผนการปฏิบัติดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน นอกจากการติดตั้งระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยแบบรีโมทแล้ว ยังมีการจัดตั้งชุดอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนหมู่บ้าน (อปพร.) ขึ้นมาดูแล ส่วนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ทำหน้าที่ดูแลโรงเรียน และมอบหมายให้ชุดคุ้มครองตำบลทำหน้าที่ดูแลเส้นทางหมู่บ้าน
นอกจากนี้ ในส่วนของการพัฒนาได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่จะมีการลงไปดำเนินการพร้อมๆ กันในแต่ละชุมชน
ขณะที่ด้านการทหารยังคงปฏิบัติการด้วยการใช้ "การเมืองนำการทหาร" เหมือนเดิม โดยให้หน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) เลข 2 ตัวในพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งการจัดการวางกำลังรักษาความปลอดภัย การปฏิบัติการทางยุทธการ และทางยุทธวิธี รวมถึงการเข้าถึงมวลชนในพื้นที่ ซึ่งได้กำหนดให้ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนของหน่วยเฉพาะกิจเลข 2 ตัวในพื้นที่ที่รับผิดชอบเข้าไปปฏิบัติการ
ในส่วนของฝ่ายตำรวจได้กำหนดให้ปฏิบัติงานภายใต้กรอบกระบวนการยุติธรรม โปร่งใส โดยเฉพาะการดำเนินคดีทุกคดีต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน การตรวจค้นต้องไม่ปฏิบัติการแบบเหวี่ยงแห แต่ให้ทำไปตามพยานหลักฐานที่มีเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ที่สุด และจะต้องยึดหลักของกระบวนการกฎหมายเป็นหลัก
ขณะเดียวกัน พล.อ.อุดมเดช ได้มีการสั่งการให้กำลังพลในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 ปฏิบัติภารกิจอย่างเคร่งครัดใน 6 ประเด็น ดังนี้
1.เพิ่มปฏิบัติการในตอนกลางคืนให้มากขึ้น จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดเฝ้าตรวจ ชุดสกัด และใช้อุปกรณ์พิเศษที่กองทัพจัดหา
2.จัดให้มีศูนย์สื่อสารระดับตำบล เพื่อรายงานสถานการณ์ตลอดเวลา และเป็นการทดสอบความพร้อมอยู่เสมอ
3.ให้ทบทวน ซักซ้อม การรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรละเลยหลักพื้นฐานในการลาดตระเวน
4.การควบคุมพื้นที่และเส้นทางในพื้นที่ให้ทบทวนว่าพื้นที่ใดล่อแหลมและส่งมอบให้กำลังประชาชนรับผิดชอบไปแล้ว หากมีความจำเป็นให้ส่งตำรวจตระเวนชายแดนและทหารเข้ามาช่วยเสริม
5.การตรวจค้นต้องไม่เหวี่ยงแห แต่ทำให้ไปตามพยานหลักฐานที่มี
6.ไม่ต้องการให้เกิดเหตุซ้ำรอย และจะประเมินผลงานทุก 3 เดือน
การกำชับให้กำลังพลปฏิบัติทั้ง 6 ภารกิจหลักอย่างเคร่งครัดก็เพื่อเป็นการ "ขันนอต" ให้การปฏิบัติตาม "ทุ่งยางแดงโมเดล" มีความเข้มข้น เหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนี้มากที่สุด
..............................
(หมายเหตุ : ผบ.ทบ.กำชับ 6 ภารกิจหลัก ขันนอต‘ทุ่งยางแดงโมเดล’ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)



