คอลัมนิสต์

ตำรวจกับวัฒนธรรมส่วยบนถนน

ตำรวจกับวัฒนธรรมส่วยบนถนน

15 ต.ค. 2557

ตำรวจกับวัฒนธรรมส่วยบนถนน : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

             ทำงานอยู่บนวิถีแห่งการละเมิดกฎหมายโดยไม่หวั่นไหวหรือกลายเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง คือ ส่วนหนึ่งในคำอธิบายพฤติกรรมที่ควรจะเป็นของตำรวจตามอุดมคติตำรวจข้อที่ว่า "ไม่มักมากในลาภผล ดำรงตนในยุติธรรม" ควรจะเป็นสำนึกของตำรวจจราจรไทยใช่หรือไม่?

             ประชาชนคนไทยต้องเปิดใจว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งในการควบคุม บังคับตนเองให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายใดๆ ก็ตาม หากเราต้องการเห็นสังคมไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่ อยากให้สังคมไทยมีความยุติธรรม มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างยุติธรรม

             การติดสินบนตำรวจเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิที่มากเกินกว่าขอบเขตข้อกำหนดของตัวบทกฎหมายควรจะต้องหมดสิ้นไปจากสังคมไทยนับตั้งแต่เดี๋ยวนี้ วินาทีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดสินบนแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีหน้าที่โดยตรงในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อย เสมอภาค เท่าเทียม และเป็นธรรม

             อย่าหลงผิดคิดว่า การฝ่าฝืน การละเมิดกฎหมายจราจรเป็นเพียงความผิดเล็กน้อย เพราะสังคมไทยกลายเป็นสังคมที่ทั่วโลกรู้จักในเชิงลบอย่างกว้างขวางในเรื่องการไร้วินัยในการจราจรและอุบัติเหตุทางถนน

             ประเทศไทยล้มเหลวในการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนน ผู้นำประเทศปล่อยให้คนไทยตายกลางถนนด้วยอุบัติเหตุทางถนนติดอันดับ 2 ของโลกปรากฏการณ์นี้ คือ ภาพสะท้อนของการมีวิธีคิดที่ผิดพลาดที่ว่า การกระทำผิดกฎหมายจราจรเป็นเรื่องเล็กน้อยใช่หรือไม่?

             จริงอยู่ ที่ปัญหาสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยคือ ปัญหาเชิงระบบ หมายถึง การบริหารจัดการด้านวิศวกรรมจราจรของประเทศไทยให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยน้อยมากมาก ดังจะเห็นได้จากการปล่อยปละละเลยให้มีจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนทั้งในส่วนของถนน ส่วนควบของถนน และสิ่งแวดล้อมทั้งในถนนและนอกแนวถนนที่เต็มไปด้วยโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากอุบัติเหตุทางถนนได้ทุกเมื่อ

             ความล้มเหลวอย่างมากของผู้บริหารที่รับผิดชอบในส่วนนี้ คือ การปล่อยปละละเลยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบและควบคุมความปลอดภัยในการขับขี่และการใช้รถใช้ถนนด้วยตนเองบนวิถีแห่งวิศวกรรมจราจรที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย...ซึ่งหลักวิชาการทางวิศวกรรมต่างก็รู้ว่าการออกแบบวิศวกรรมที่ดีคือการคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ถึงแม้ว่าผู้ใช้รถใช้ถนนจะเกิดการกระทำที่ผิดพลาดเองก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น วิศวกรรมจราจรจำเป็นต้องออกแบบถนนที่ทำให้เกิดความปลอดภัยแม้ว่าผู้ขับขี่จะเกิดภาวะหลับในและเสียการบังคับรถจนรถเคลื่อนหลุดออกนอกแนวถนนก็ตาม

             ถึงอย่างไรก็ตาม ตำรวจก็ยังคงจำเป็นต้องมีบทบาทในการแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนนโดยตระหนักถึงความปลอดภัยสูงสุดทุกขณะในการใช้รถใช้ถนนเช่นกัน

             จริงอยู่ที่ว่า การรับส่วยของตำรวจจราจร สร้างภาพลักษณ์ที่เสียอย่างมากต่อองค์กรตำรวจ

             จริงอยู่ที่ว่า พฤติกรรมที่เสียหายของตำรวจจราจร คือ ภาพตัวแทนที่ถูกมองอย่างเหมารวมของความเป็นตำรวจทั่วประเทศ

             จริงอยู่ที่ว่า การกระทำผิดของตำรวจ เกิดขึ้นจากการสมยอมในการกระทำผิดร่วมกันระหว่างตำรวจและประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ละเมิดกฎหมายและต้องการความสะดวกสบายจนกลายเป็นวัฒนธรรมส่วยบนถนนมาอย่างช้านาน

             แต่แทนที่ตำรวจจะสร้างระบบ หรือยุทธศาสตร์ หรือยุทธวิธีใดๆ ขึ้นมาเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนมิให้สมยอมหรือมีส่วนร่วมในวิถีวัฒนธรรมส่วยบนถนน โดยหันกลับมาทบทวนสำนึกและอุดมคติของตำรวจพร้อมทั้งพัฒนาระบบงาน ยุทธศาสตร์ หรือ ยุทธวิธีเพื่อให้ตำรวจจราจรคือ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่คำนึงถึงภารกิจการปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนในขณะใช้รถใช้ถนนอย่างสมเกียรติ สมศักดิ์ศรี...จะดีกว่าจ้องจับผิดประชาชนจริงหรือไม่?

             ถึงเวลาหรือยังที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบการบริหารงานจราจรอย่างมืออาชีพ !!

             “ตำรวจทางหลวงของเรา เดิมนั้นเป็นคนดีและเก่ง แต่ระบบตำรวจของเราไม่ดี แย่มาก เลยทำให้เขาเสียคน บริการเจ้านายเก่ง วิ่งเต้นเก่ง ซึ่งเขาลืมไปว่านั่นไม่ใช่สาระในชีวิตเลย ย้ำกับเขาว่า ต้องปกป้อง คุ้มครองและให้บริการประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ไม่ใช่คอยแต่จับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เมื่อไม่จับ ไม่ตั้งด่านก็ไม่รู้จะทำอะไร ฉะนั้น ลูกเล่นต่างๆ ที่เขาช่วยกันคิด ช่วยกันทำเพื่อให้คนใช้รถใช้ถนนโดยสะดวกและปลอดภัยแถมจับคนร้ายได้ด้วย ขอให้นำออกมาใช้ อย่าเสียโอกาสทำบุญทำกุศลเลย คนไทยตายเพราะใช้รถใช้ถนนเยอะมาก ผมรับไม่ได้!!” ข้อความบนแผ่นโปสเตอร์เก่าๆ ที่ติดไว้บนผนังเก่าๆ ในอาคารเก่าๆ อาจไม่ได้สะดุดตาจนทำให้ตำรวจหยุด...สนใจ...อ่าน...และทบทวนไตร่ตรองสะท้อนคิดได้

             แต่หาก วันใด วันหนึ่ง...ตัวเขา คนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวของเขาต้องตกเป็นเหยื่อบนถนน

             วันนั้น เขาจะนึกถึงคำพูดของนายใหญ่แห่งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง...อย่าเสียโอกาสทำบุญทำกุศลเลย !!