
ล้างส่วยทั้งระบบ
ล้างส่วยทั้งระบบ : บทบรรณาธิการประจำวันที่15ต.ค.2557
นโยบายการให้รางวัลแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีการบันทึกภาพหลักฐานว่ามีการติดสินบนต่อการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่าจะเดินหน้าสานต่อแนวทางนี้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ผบ.ตร.เองที่พยายามทำลายวัฒนธรรมการติดสินบนเจ้าพนักงาน และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่แค่จ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น แต่จะให้รางวัลนำจับประชาชนที่มีพยานหลักฐานถึงขั้นดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจรับเงินสินบนหรือส่วยต่างๆ ด้วยเช่นกัน จำนวนคือหนึ่งหมื่นบาท เท่ากับเจ้าพนักงาน เมื่อประกาศเป็นนโยบายและแนวทางแบบนี้ทั้งตำรวจและประชาชนคงต้องระมัดระวังตัวกันอย่างแน่นอน นับจากนี้ไปไม่ว่าตำรวจหรือประชาชนต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ประเภทรีดไถหรือจ่ายเงินตำรวจตามโคนต้นไม้คงไม่มีให้เห็นอีก
ความจริงแล้วหากมองในภาพกว้างนโยบายลักษณะนี้อาจดูขัดและล่อแหลมต่อความขัดแย้งระหว่างตำรวจกับประชาชน แต่อีกด้านหนึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการทำลายระบบส่วย ไม่ได้เพียงแต่เรื่องการจราจรอย่างเดียว ตำรวจเองเข้าไปเรียกรับเงินส่วยจากหลากหลายธุรกิจ มีทั้งกระทำความผิด และมีทั้งจำยอมตัดความรำคาญ จากนี้ไปตำรวจคงปรับกระบวนความคิด พฤติกรรมเสียใหม่ ถ้าไม่มองว่าอาจเกิดความหวาดระแวงระหว่างตำรวจกับประชาชน แต่ในความเป็นจริง ถ้าไม่มีผู้กระทำความผิด อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายแล้วก็ไม่ต้องกลัวหรือหวาดระแวงกัน ชาวบ้านก็ใช้ชีวิตตามปกติ ตำรวจก็ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ปัญหาการคอร์รัปชั่นก็จะเบาบางลง ระบบคุณธรรม ความเชื่อถือในต้นธารกระบวนยุติธรรมก็จะดีขึ้น ภาพลักษณ์องค์กรก็ไปในทิศทางบวก ส่วนรายละเอียดในทางปฏิบัตินั้นคงมีอีกมาก เช่น การติดกล้องเพื่อบันทึกหลักฐานขัดต่อกฎหมายหรือไม่ การรับเรื่องร้องทุกข์จะมีช่องทางไหนทั้งฝ่ายตำรวจและชาวบ้าน เป็นต้น
ประเด็นสำคัญที่ระดับนโยบายคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อการปฏิบัติเพราะในข้อเท็จจริงนั้น มีส่วยในรูปแบบต่างๆ ไม่เพียงเฉพาะเรื่องการจราจรเท่านั้น ปัญหาการเก็บส่วยรีดเงินจากเจ้าของธุรกิจไม่ว่าสถานบริการ ร้านอาหาร ที่บางส่วนก็ไม่ใช่สถานบริการอย่างชนิด ผับ บาร์ คาราโอเกะ ประเภทที่เข้าข่ายต้องจ่ายส่วยด้วยข้อหาผิดกฎตำรวจหรือกระทำผิดกฎหมาย ยังไม่นับพวกบ่อน ธุรกิจผิดกฎหมายที่ชัดเจนอื่นๆ ด้วย เมื่อ ผบ.ตร.คนใหม่พยายามปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้องค์กร ขจัดระบบส่วย คอร์รัปชั่น ก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ระยะเวลาการทำงาน 1 ปี นั้นไม่ได้นาน แต่หากทำด้วยความตั้งใจจริง ก็จะลดระบบส่วยได้ไม่น้อยทีเดียว ปัญหาอยู่ที่ว่า นายตำรวจระดับ ผู้กำกับ ผู้บังคับการ ผู้บัญชาการ ก็ล้วนแต่ลูกน้องคนสนิทหรืออยู่ในเครือข่าย จะกล้าลงดาบหรือไม่ รัฐบาลจะสนับสนุนอย่างไร ชาวบ้านคงไม่อยากรู้ แต่อยากเห็นเป็นรูปธรรมมากกว่าแค่ไฟไหม้ฟางอย่างปัญหาราคาหวย ที่กลับมาเหมือนเดิมตามที่ชาวบ้านฟันธงไว้ล่วงหน้า



