
เกาะบาลีแหล่งส่งเสริมประชาธิปไตย
เกาะบาลีแหล่งส่งเสริมประชาธิปไตย : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
เกาะบาหลี เกาะแห่งนี้มีอัตลักษณ์ใหม่คือ กำลังเป็นแห่งพัฒนาประชาธิปไตยของโลก คือเป็นสถานที่ที่ผู้ร่วมประชุมหยิบเอาประสบการณ์ที่ดีที่สุดของประเทศต่างๆ ทั่วโลกในการปกครองประชาธิปไตย ที่มีประชาชนเป็นหุ้นส่วน มาแลกเปลี่ยนและประยุกต์ใช้ ตั้งแต่นี้ต่อไปเกาะบาหลีไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเดียวอีกต่อไป
ผู้เขียนเข้าร่วมการประชุมเวทีบาหลีเดโมแครตซี หรือ ประชาธิปไตย ครั้งที่ 7 (Bali Democracy Forum VII) อาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน เป็นประธานครั้งสุดท้าย มีประธานาธิบดีเบนิโญ อาคีโนของฟิลิปปินส์ กษัตริย์สุลต่านบรูไน ฮัสซานัล โบลเกียห์ และนายกรัฐมนตรีซานานา กุสเมาของติมอร์ตะวันออก เข้าร่วมประชุม ต้องถือว่าผู้นำสองคนหลังเป็นเจ้าเก่าที่ได้เข้าร่วมเวทีประชาธิปไตยบาหลีหลายครั้งติดต่อกัน เรียกได้ว่า เป็นเพื่อนซี้ของผู้นำอินโดนีเซียก็ว่าได้
ตามจริง ประธานาธิบดียุดโดโยโนตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เพราะในช่วงสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา มีการผ่านยกเลิกการเลือกตั้งโดยตรงในระดับท้องถิ่น หลังจากสภามีการลงคะแนน ไม่เป็นไปตามที่ประธานาธิบดีได้สัญญาไว้กับประชาชนว่า จะสนับสนุนหลักการเลือกตั้งโดยตรง สื่อต่างๆ ได้วิจารณ์อย่างหนักต่อคุณภาพความเป็นผู้นำในเรื่องนี้
น่าเสียดายจริงๆ ในช่วงห้าปีแรกยุดโดโยโนทำหน้าที่ผู้นำที่ดีมากคนหนึ่งในอาเซียน พยายามเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยในอินโดนีเซีย จนสามารถชนะการเลือกตั้งครั้งที่สองอย่างท่วมท้น ต่อมาชื่อเสียงของเขาเริ่มเสื่อมลงสาม-สี่ปีที่ผ่านมา เพราะมีคณะรัฐมนตรีของเขาที่เกี่ยวโยงกับกรณีคอร์รัปชั่นและถูกจับเข้าคุก
พรรคเดโมแครตของยุดโดโยโน ซึ่งเคยเป็นพรรคชนะการเลือกตั้งและมีบทบาทการเมืองในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ตอนนี้คะแนนตกฮวบแทบไม่มีใครมองหน้า ดูผิวเผินจะพบว่าประชาธิปไตยอินโดนีเซียเริ่มเสื่อมถอยลงไป
แต่ชัยชนะของผู้นำธรรมดาชื่อโจโดวี วีโดโด อดีตผู้ว่ากรุงจาการ์ตา พิสูจน์ให้ทั้งโลกได้เห็นว่า การเมืองประชาธิปไตยอินโดนีเซียนั้นยังไม่ตาย มีชีวิตชีวา เปิดกว้างมาก ผู้นำธรรมดาไม่มีเส้นสายสามารถชนะการเลือกตั้งและเป็นประธานาธิบดีได้ ถือว่าเป็นนิมิตใหม่การเมืองในอาเซียน
เวทีประชาธิปไตยที่เกาะบาหลี เปิดโอกาสให้ทุกประเทศเข้ามาร่วมงาน ครั้งนี้มีตัวแทนจาก 85 ประเทศ นับว่าไม่น้อย แต่ละประเทศมีโอกาสได้แสดงวิสัยทัศน์ของประเทศตัวเอง ประเทศไทยมีรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมคือ มนัสวี ศรีโสดาพล เข้าร่วม และได้ชี้แจงถึงการพัฒนาการเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมา พร้อมกับยืนยันถึงความมุ่งมั่นของไทยที่จะเป็นประชาธิปไตย พร้อมกับขอความร่วมมือจากประเทศเข้าร่วมเวทีในการช่วยกันเรื่องส่งเสริมประชาธิปไตย
ในบริบทโลกจะเห็นประชาธิปไตยกำลังประสบกับปัญหามากมาย เนื่องจากมีปัจจัยแทรกแซง ประชาชนทั่วไปอยากเห็นผลสำเร็จของประชาธิปไตยทันที เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกอับที่ต้องเผชิญทุกวัน การเลือกตั้งซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการคัดเลือกสรรผู้นำเข้ามาปกครอง มีความบกพร่อง ในที่ประชุมเกาะบาหลี หลายประเทศยกย่องและชื่นชมคณะกรรมการการเลือกตั้งอินเดียที่มีความสุจริตและมีขีดความสามารถสูงในการจัดการการเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีความยุติธรรมและโปร่งใส
ในอาเซียน ประชาธิปไตยมีการพัฒนากันอย่างช้าๆ เหตุการณ์การเมืองในไทยทำให้ภาพลักษณ์การเมืองทั่วๆ ไปในอาเซียนดูเสื่อมลงไป ทั้งนี้เป็นเพราะว่ามีความคาดหวังในบทบาทไทยในเวทีอาเซียนมีมาก ทั้งทางด้านการเมืองและความมั่นคงและเศรษฐกิจ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าไทยเราน่าจะมีบทบาทเหมือนเดิมกับช่วงในต้นปี 1990
รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญต่ออาเซียน ทั้งทางด้านการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและโครงการเชื่อมโยงต่างๆ ยังต้องติดตามดูว่า แต่ละกระทรวงนั้น มีการปรับนโยบายอะไรบ้าง ประชาคมอาเซียนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เหลือเวลาอีก 400 กว่าวัน
ประชาธิปไตยในภูมิภาคกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ยังมีวิวัฒนาการที่ไม่แน่นอนหรือคาดฝันได้ ต้องจับตาดูต่อไป



