คอลัมนิสต์

ปฏิรูปต่อเนื่อง

ปฏิรูปต่อเนื่อง

13 ต.ค. 2557

ปฏิรูปต่อเนื่อง : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2557

                ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากทีเดียว สำหรับความเห็นของ นายชัยอนันต์ สมุทวณิช ราชบัณฑิต ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่บอกเอาไว้ว่า การปฏิรูปการเมืองจะต้องเริ่มต้นที่การปฏิรูปการศึกษา อีกทั้งการปฏิรูปด้านต่างๆ นั้นจะต้องใช้เวลายาวนาน ดังนั้น ถ้าสังคมต้องการให้สภาปฏิรูปแห่งชาติได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง ก็จะต้องจัดตั้งขึ้นใหม่โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อทำหน้าที่ปฏิรูปในด้านต่างๆ ต่อไป ความเห็นนี้เป็นไปตามกติกาที่กำหนดไว้ก่อนหน้า เพราะ สปช.ในปัจจุบันมีที่มาจากอำนาจพิเศษ มีวาระการสิ้นสุดที่กำหนดเอาไว้แน่นอน จึงย่อมเป็นไปได้ยากหรือเป็นไม่ได้เลย หากจะอยู่ทำหน้าที่ต่อไป แต่เมื่อพิจารณาจาก 11 เรื่องใหญ่ที่รอการปฏิรูปอยู่ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ควรจะต้องประกาศเป็นสัญญาประชาคมว่า จะจัดให้มีสภาปฏิรูปเพื่อทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไป


                จนถึงขณะนี้สังคมไทยน่าจะเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า รากเหง้าของสารพัดปัญหาที่ถาโถมจนประเทศไทยตกอยู่ในอาการง่อยเปลี้ยเสียขาล้วนมาจากเรื่องการศึกษาของคนในชาติทั้งสิ้น แต่ในที่นี้ย่อมไม่ได้หมายความถึงการอ่านออกเขียนได้ หรือว่าเป็นการศึกษาในเชิงปริมาณ ที่ขณะนี้ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยอยู่จำนวนมาก ขณะที่ผู้ศึกษาจบหลักสูตรระดับปริญญาก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระจายไปในทุกสาขาอาชีพมากยิ่งขึ้น หากแต่เมื่อเจาะลึกลงไปในเรื่องของคุณภาพการศึกษาแล้วก็จะพบว่า ยังมีปัญหาอยู่มาก โดยเฉพาะในเรื่องจริยธรรม-ธรรมาภิบาลของคนในสังคมที่เป็นบ่อเกิดของการทุจริตคอร์รัปชั่นอันเป็นมะเร็งร้ายเกาะกินสังคมไทยมาช้านาน แผ่ซ่านไปถ้วนทั่วทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ นักการเมือง ภาคเอกชน หรือแม้แต่ชาวบ้านระดับรากหญ้าก็ได้เรียนรู้การให้สินบน น้ำร้อนน้ำชาแก่เจ้าหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ตนเอง การประกาศนโยบายเอาผิดผู้ติดสินบนตำรวจราจรเป็นอีกความจริงอีกหนึ่ง ซึ่งฉายให้เห็นภาพสังคมไทยเป็นอย่างดี

                เช่นเดียวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในระดับชาติ ที่แฝงตัวมาพร้อมกับนโยบายประชานิยมทั้งหลาย ที่ดูจากเปลือกนอกก็คล้ายกับเอื้ออาทรต่อพี่น้องประชาชนคนยากไร้ แต่เนื้อในนั้นคือวาระซ่อนเร้นของการซื้อเสียง พร้อมๆ กับการทุจริตรายทางเหมือนทฤษฎีแท่งไอติมที่กว่าจะถึงชาวบ้านก็ถูกแทะเล็มจนเหลือแต่แท่งไม้ การทุจริตเชิงนโยบายเช่นนี้ก็เป็นวาระเร่งด่วนแรกๆ ที่สมควรได้รับการปฏิรูปไปพร้อมกับการศึกษาที่ควรเน้นในเรื่องการเรียนรู้หรือการศึกษาตลอดชีวิต ปลูกฝังให้คนไทยหันมาเอาจริงเอาจังกับการต่อต้านการคอร์รัปชั่น ซึ่งจะต้องเริ่มที่ตัวเองที่ไม่เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับไม่ว่ากรณีใดๆ ดังกล่าวมานี้จะต้องใช้เวลายาวนานหลายปี เพียงลำพังสภาปฏิรูปฯ ชุดนี้คงทำได้เพียงแค่ "ขึ้นโครงร่าง" ไว้เท่านั้น

                หัวข้อสำคัญที่ถกเถียงกันอย่างหนักหน่วงและกว้างขวางก่อนรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ก็คือ จะปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้ง เถียงกันจนกระทั่งทหารยื่นมือเข้ามายุติความขัดแย้ง จนถึงขณะนี้ เมื่อทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันแล้วว่า ประเทศไทยจะต้องได้รับการปฏิรูป แต่ปัญหายังอยู่ที่ว่า การปฏิรูปครั้งนี้จะให้จบที่สมาชิก สปช.จำนวน 250 คนนี้ คงเป็นไปไม่ได้ เช่นนี้แล้ว ข้อเสนอของนายชัยอนันต์จึงน่าจะได้รับการสานต่อเพื่อให้เกิดคณะทำงานเพื่อการปฏิรูป ซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อให้ภารกิจสำคัญนี้สำเร็จลุล่วง นำพาประเทศชาติหลุดพ้นจากหุบเหวของการทุจริตคอร์รัปชั่น