คอลัมนิสต์

อย่าเพียงขายฝันชาวนาไทย

อย่าเพียงขายฝันชาวนาไทย

10 ต.ค. 2557

อย่าเพียงขายฝันชาวนาไทย : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2557

               กล่าวถึงอนาคตของชาวไทย คล้ายกับจะกลายเป็นเรื่องชวนฝันอย่างละครประโลมโลกไปเสียมากกว่า เพราะในความเป็นจริงของสังคมไทยที่ผ่านมาเป็นร้อยปี มีสารพัดเหตุปัจจัยต่างๆ นานา ทำให้อาชีพชาวนาจัดเป็นหนึ่งในอาชีพที่มองไม่เห็นอนาคตเอาเสียแล้ว หากแต่ในวันนี้ วันที่ประเทศไทยบริหารโดยรัฐบาลทหาร ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และนายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอภาพแห่งอนาคตหรือจะเรียกว่าความฝันครั้งใหม่ก็คงไม่ผิด ให้แก่ชาวนาไทยขึ้นอีกครั้ง ทั้งการให้เงินสนับสนุนการดำรงชีพ ยกระดับมาตรฐานการทำนา ไปจนถึงสนับสนุนให้ลูกหลานของชาวนาได้เรียนในระดับสูงและมั่นคง

               นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เหตุผลที่รัฐบาลให้การสนับสนุนชาวนา 1,000 บาทต่อไร่ จำนวนไม่เกิน 15 ไร่ ก็เพราะต้องการลดต้นทุน ด้วยการช่วยเหลือปัจจัยการผลิตไร่ละ 760 บาท สำหรับในระยะยาวนั้น นายกรัฐมนตรีบอกว่า อนาคตจะต้องสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของแต่ละพื้นที่ โดยต้องเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่บัดนี้ ขณะเดียวกันก็ให้ทุกกระทรวงไปหาทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนให้ลูกชาวนาได้เรียนถึงระดับปริญญาเอกให้ทุกอำเภอมีความรู้ ตั้งแต่เทคนิคการปลูกขึ้นไป อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ย้ำหลายครั้งว่า นโยบายเกี่ยวกับชาวนา โดยเฉพาะเรื่องการแจกเงินนั้น ไม่ใช่ประชานิยมอย่างแน่นอน

               การนำเสนอ "ความฝันครั้งใหม่" ให้แก่ชาวนาไทยครั้งนี้ มีขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอาชีพชาวนาไทยซึ่งมีความเป็นไปได้หลายแพร่งด้วยกัน ทั้งรุ่งโรจน์ ล่มสลาย หรืออย่างน้อยที่สุดคือเสมอตัว เพราะดังที่ทราบกันดีว่าปัญหาชาวนาไทยมีความสลับซับซ้อนยิ่งนัก สถานภาพของชาวนาส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรายย่อยถือครองที่ดินทำกินไม่มากนักหรือต้องเช่าที่ดินนายทุนทำนา ซ้ำยังอยู่ในช่วงแก่เฒ่ากันแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า ผลผลิตย่อมต่ำ ขณะที่ต้นทุนสูงขึ้นทุกวัน รายได้เลี้ยงปากท้องชักหน้าไม่ถึงหลัง มีหนี้สินล้นพ้นตัว สุ่มเสี่ยงที่จะสูญเสียที่ดินทำกินอยู่เกือบทุกลมหายใจ จากการจัดกลุ่มชาวนาไทยตามรายได้ พบว่าชาวนาทั้งหมดประมาณ 4 ล้านคน มีผู้ที่อยู่ในสถานภาพ "มีฐานะ" อยู่ 1 ล้านคน เท่ากับจำนวนชาวนายากจน ส่วนอีก 2 ล้านคนมีรายได้ปานกลาง

               นอกจากนี้ สภาพของที่ดินทำกิน เงื่อนไขทางธรรมชาติอย่างดินฟ้าอากาศ พันธุ์ข้าว เทคโนโลยีการเกษตร ก็ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ชาวนากำหนดเองไม่ได้เกือบทั้งสิ้น เมื่อช่วงหน้าแล้งอย่างในปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกประกาศห้ามทำนาปรัง พร้อมๆ กับมีข่าวว่า รัฐบาลต้องการจะลดพื้นที่การทำนาลง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ออกมายืนยันว่าเป็นเพียงนโยบายการจัดโซนนิ่งการทำนา เสมือนว่าวิถีชีวิตและอาชีพชาวนาเป็นปัญหางูกินหางไปเสียแล้ว แก้จุดหนึ่งก็เกิดปัญหาใหม่ตามมา อย่างเช่นที่ ฝันล่าสุดของชาวนาพิษณุโลกผู้ได้รับการสนับสนุนให้ปลูกข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่ กลับพังพินาศลงด้วยปัญหาน้ำไม่เพียงพอแก่การเพาะปลูก ฯลฯ ทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่า ถ้ารัฐบาลจะแก้ปัญหาชาวนาไทยอย่างจริงจังแล้วจะต้องบูรณาการเพื่อสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้อาชีพชาวนาเพื่อให้พวกเขามีอนาคต และเพิ่มจำนวนชาวนารุ่นใหม่ขึ้นให้ได้จริงๆ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ก็จะเป็นเพียงแค่นโยบายประชานิยมอันยากจะปฏิเสธได้ต่อไป