
อาเซียนกับไอซิส:ฮืด สู้ ฟัด
อาเซียนกับไอซิส:ฮืด สู้ ฟัด : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
อาเซียนมีจุดยืนชัดเจนต่อต้านการก่อการร้ายทุกชนิด หลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 อาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนพบกันอย่างไม่เป็นทางการที่นครนิวยอร์ก ในช่วงประชุมสมัชชาองค์การสหประชาชาติ ได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งประณามการกระทำอันโหดเหี้ยมทารุณของกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียและอิรักโดยไม่ได้ระบุชื่อกลุ่มเหล่านี้
ก่อนหน้านี้สมาชิกอาเซียนไม่มีจุดร่วมกันในเรื่องนี้ ดูเหมือนว่า สิงคโปร์เป็นประเทศเดียวที่จริงจังกับกลุ่มก่อการร้ายไอซิส (Islamic States of Iraq and Syria) ซึ่งตอนนี้กำลังอาละวาดในพื้นที่รอยตะเข็บชายแดนระหว่างประเทศซีเรียและอิรัก จนทำให้สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงต้องออกมติโดยมีเสียงเป็นเอกฉันท์ถึงความจำเป็นที่ต้องเล่นงานไอซิส
โดยขอร้องให้สมาชิกยูเอ็นร่วมมือกันตรวจสอบคนในประเทศเวลาเดินทางออกนอกประเทศเพื่อเข้าร่วมขบวนการก่อการร้ายไอซิส ต้องเข้มงวดกับมาตรการป้องปราม
เมื่อเร็วๆ นี้ องค์การซีไอเอของสหรัฐอเมริกาได้ประเมินว่า กลุ่มไอซิสมีสมาชิกไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันคน เล่นเอาประเทศทั่วโลกตกใจ ไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะมีสมาชิกเพิ่มเร็วขนาดนี้ ปีที่แล้วมีเพียงไม่กี่ร้อยคนถือว่าเป็นโจรกระจอก มาวันนี้มีคนแห่มาร่วมเกือบ 80 ประเทศทั่วโลก มีทั้งโลกตะวันตกและตะวันออก รวมทั้งจีน
ที่น่าสนใจคือสมาชิกรุ่นใหม่เริ่มมีให้เห็นและกลุ่มนี้มาจากเอเชียใต้และสมาชิกอาเซียนด้วย เช่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซียและสิงคโปร์ รวมกันแล้วหนึ่งพันกว่าคน เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา ทั้งสี่ประเทศนี้ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่มไอซิสหลายสิบคน
สิงคโปร์เริ่มก่อนเป็นประเทศแรก ตามด้วยอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศเดียวในขณะนี้ที่ได้ประกาศให้กลุ่มไอซิสเป็นกลุ่มผิดกฎหมาย ใครก็ตามเป็นสมาชิกหรือช่วยหาสมาชิกให้กลุ่มจะถูกจับกุม กลุ่มอาบูไซยาฟของฟิลิปปินส์ประกาศออกมาว่าเป็นพันธมิตรของกลุ่มไอซิสในภูมิภาคนี้
ก่อนหน้านี้อาเซียนได้เซ็นอนุสนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือต่อต้านการก่อร้ายในปี 2007 ช่วงที่ฟิลิปปินส์เป็นประธานอาเซียน เนื่องจากต้องการผลักดันกระบวนการเจรจาสันติภาพในมินดาเนา ซึ่งตอนนี้ก็มีผลบังคับใช้ ในตอนนั้น อาเซียนต้องการเห็นสมาชิกร่วมมือกันมากขึ้น โดยเฉพาะทางด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองต่างๆ รวมทั้งการส่งผู้ร้ายข้ามแดนต้องให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากกว่านี้ ที่ผ่านมาความร่วมมือด้านนี้มีแบบหลวมๆ ระหว่างสมาชิก
ที่ประชุมเอเปคในกรุงปักกิ่ง (9-10 ต.ค.) และประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงเนปิดอว์ (12-13 ต.ค.) จะต้องมีเรื่องการก่อการร้ายกลุ่มไอซิส เป็นวาระเร่งด่วนแน่นอน ซึ่งเหมือนกับแนวโน้มการประชุมที่ผ่านๆ มาในอดีต หลังปี 2001 มีมาตรการเข้มเรื่องการต่อต้านการก่อการร้าย เช่น ห้ามส่งเงินให้กลุ่มที่ผิดกฎหมายที่อยู่ในแบล็กลิสต์เด็ดขาด หลังประชุมครั้งนี้น่าจะมีมาตรการใหม่ๆ ออกมา ซึ่งทางฝ่ายไทยต้องตอบรับ (ตามจริงตอนนี้ฝ่ายกองตรวจคนเข้าเมืองตามชายแดนไทย-เขมร ต้องเข้มงวดมากๆ)
ช่วงนี้เป็นโอกาสดีของไทยที่พิสูจน์ขีดความสามารถและความมีเอกภาพ สมรรถภาพของศูนย์รักษาความสงบแห่งชาติ ฉะนั้นท่าทีไทยในประเด็นการต่อต้านการก่อการร้ายต้องชัดเจนและต่อเนื่อง คือสนับสนุนมติ 2178 ของคณะมนตรีความมั่นคงที่ออกมาอาทิตย์ที่แล้วแบบไม่มีเงื่อนไข
อย่าลืมว่า เรากำลังอยู่ในช่วงรณรงค์หาเสียง การเข้าเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงในปี 2017 ต้องแสดงให้สมาชิกยูเอ็นเห็นว่า เราจริงใจในเรื่องความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ ในเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศ ถึงแม้ว่าการเมืองบ้านเราเป็นข่าวพาดหัวทั่วโลกมาเป็นเวลานานก็ตาม
ลึกๆ ฝ่ายไทยอาจจะกลัวว่า ถ้าสนับสนุนมติยูเอ็นนี้ออกหน้าเกินไปจะมีผลร้ายต่อกระบวนการเจรจาสันติภาพในสามจังหวัดภาคใต้ เรื่องนี้ฝ่ายไทยต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติเป็นหน้าที่และพันธกิจของสมาชิกเป็นคนละเรื่องกัน ส่วนสามจังหวัดภาคใต้เป็นเรื่องการะบวนการให้ความยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำในพื้นที่



