
สังคมยังรอคำตอบเรื่อง'ไมโครโฟนแพง'
สังคมยังรอคำตอบ เรื่อง 'ไมโครโฟนแพง' : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง สำนักข่าวเนชั่น
เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปแล้ว 1 เดือน สำหรับการเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินของ "คณะรัฐมนตรีชุดที่ 61" ที่มี "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" เป็นนายกรัฐมนตรี
ผ่านไป 1 เดือน นายกฯ ตู่ได้นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการไปแล้ว 4 ครั้ง คือวันที่ 2, 16, 23 กันยายน และ 1 ตุลาคม และการประชุม ครม. 4 ครั้ง ที่ผ่านมา ยังคงใช้ห้องประชุม ครม. (เฉพาะกิจ) ที่ "ตึกสันติไมตรี" เป็นสถานที่การประชุมชั่วคราว ยังไม่ได้มีโอกาสประเดิมใช้ห้องประชุมครม.ใหม่ ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ1 สักที เพราะยังติดปัจจัย 2 ประการ
หนึ่ง เพราะว่าตึกบัญชาการ 2 ซึ่งเป็นตึกติดกับบัญชาการ 1 ที่ยังมีการลงมือบูรณะปรับปรุงอาคารทั้งภายในและภายนอกโดยผู้รับเหมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ อาจจะดูไม่เรียบร้อย มีเสียงดังของเครื่องมือ กลิ่นสี
และ สอง ที่ยังไม่ย้ายมาประชุม ครม.ที่ตึกบัญชาการ 1 เพราะยังติดข้อครหาเรื่องความโปร่งใส ที่การตรวจสอบการใช้งบประมาณกรณี "ไมโครโฟนฉาว" ยังไม่มีข้อสรุปออกมา และสังคมยังไม่ได้คำตอบว่า สุดท้ายแล้ว "ราคาแพงกว่าปกติหรือไม่" "มีความผิดปกติในขั้นตอนการจัดหาหรือไม่" และถ้ามีความผิด "ใคร?" จะถูกลงโทษหรือไม่อย่างไร
หน้าที่ตรวจสอบส่วนนี้เป็นภารกิจของ "คตร." หรือ คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ที่มี "บิ๊กโด่ง" พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธาน คตร. ซึ่งปัจจุบัน "บิ๊กโด่ง" เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่งตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ดังนั้น "สังคม" กำลังจับตาการตรวจสอบกรณีไมโครโฟนจาก คตร.ว่า สุดท้ายแล้วจะออกมารูปไหนและจะเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้รับทราบหรือไม่
เมื่อย้อนดูภารกิจของ คตร. ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ทำงานภายใต้คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็พบว่า ในช่วงที่ผ่านมา คตร.เองก็มีงานตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐอยู่แล้ว ซึ่งเป็นโครงการที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2557 หรือในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาจำนวน 8 โครงการ ซึ่ง "ทีมโฆษก คสช." เคยแถลงเมื่อกลางเดือนมิถุนายน ว่า คตร.มีมติที่จะส่งอนุกรรมการตรวจสอบพิเศษลงไปตรวจสอบทั้ง 8 โครงการ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน
และยังระบุด้วยว่า "หากมีการทุจริต แม้ คตร.ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะดำเนินการลงโทษหน่วยงานเจ้าของโครงการได้ แต่จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ดำเนินการตาม"
ทั้ง 8 โครงการที่ คตร.เคยประกาศให้สังคมรับทราบว่ามีการตรวจสอบ ได้แก่ 1.โครงการจัดหารถรุ่นใหม่สำหรับบริการเชิงพาณิชย์จำนวน 115 คัน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) 2.โครงการจัดหารถจักรจำนวน 126 คัน ของร.ฟ.ท. 3.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 ปี 2554-2560 ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) 4.โครงการจ้างให้บริการระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า ของทอท.
5.กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) 6.โครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 7.โครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ 8.โครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบทีวีดิจิทัล ของ กสทช.
จนถึงล่าสุด สังคมยังไม่ได้เห็นข้อสรุปอย่างเป็นทางการจาก คตร.ที่จะแถลงไขให้ประชาชนรับทราบเกี่ยวกับทั้ง 8 โครงการ ดังในวันที่ประกาศว่า จะดำเนินการตรวจสอบ เฉกเช่นเดียวกับกรณีตรวจสอบ "ไมโครโฟน" ที่สังคมกำลังรอว่าคตร.จะมีบทสรุปออกมาอย่างไร
หรือจะเป็นเพียงลดกระแสให้ค่อยๆ เงียบหายไปในสายลม?
----------------------------
(หมายเหตุ : สังคมยังรอคำตอบ เรื่อง'ไมโครโฟนแพง' : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง สำนักข่าวเนชั่น)



