
ผบ.เหล่าทัพเปลี่ยนยกแผงเสาหลักค้ำรัฐในโครงสร้างคสช.
ผบ.เหล่าทัพเปลี่ยนยกแผง เสาหลักค้ำรัฐในโครงสร้างคสช. : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ที่มีการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการเหล่าทัพพร้อมกันทั้งหมด รวมถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งก็มีการเปลี่ยนตัวผู้นำทัพคนใหม่เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ดุลอำนาจความมั่นคงยังคงอยู่ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่รับผิดชอบงานความมั่นคงโดยเฉพาะ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก และรมช.กลาโหม คอยให้คำปรึกษา และเป็นมือไม้ในการทำงาน
สำหรับภารกิจสำคัญด้านความมั่นคงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออันดับแรกคงหนีไม่พ้นการประคับประคองสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งฉากหน้าเหมือนจะนิ่ง แต่ก็ยังมี "คลื่นใต้น้ำ" รอจังหวะเวลาที่จะเขย่าบัลลังก์รัฐบาลอยู่ หากเกิดการสะดุด หรือไม่มีการบริหารจัดการปัญหาได้ดีพอ
อีกปัญหาที่ดำรงอยู่มานานนับสิบปี คือ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการผลักดันให้เป็น “วาระแห่งชาติ” โดยเบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร พร้อมด้วย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสานงานต่อให้เกิดบูรณาการแบบทั้งระบบ และยั่งยืน เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ต้องการแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้นโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ยังมอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช เดินหน้าพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุข โดยอาจจะให้ นายอนุสิษฐ ?คุณากร รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะว่าที่เลขาธิการ สมช.คนใหม่ ร่วมทีมในการพูดคุยเพื่อสันติสุขในรอบใหม่นี้ด้วย
นอกจากนี้ยังรวมถึงการแก้ไขปัญหาสะสมตามแนวชายแดนด้านต่างๆ ที่มีลักษณะของปัญหาแตกต่างกันออกไป รวมถึงการเดินหน้าปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตามคำขวัญของกองทัพบก คือ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน
ด้านกองทัพเรือ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มุ่งเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2558-2567 ที่ต้องการให้กองทัพเรือเป็นหน่วยกำลังทางทะเลชั้นนำในภูมิภาค พร้อมจะดำเนินการสร้างมาตรฐานกองทัพเรือ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของประชาคมอาเซียน โดยมุ่งเน้นให้กำลังพลปฏิบัติงานด้วยความวิริยอุตสาหะ ทุ่มเท เสียสละ และต้องภูมิใจในความเป็นทหาร
ส่วนจุดยืนของกองทัพเรือต่อสถานการณ์บ้านเมืองนั้น กองทัพเรือเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลในฐานะหนึ่งในสมาชิก คสช.ที่จะต้องร่วมผลักดันการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลให้สำเร็จลุล่วง เพราะต้องการให้บ้านเมืองมีความสงบสุข ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี และมีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันในการประคับประคองประเทศไปพร้อมๆ กับรัฐบาล และคสช.
ขณะที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่ ก็พร้อมเดินหน้าสนับสนุนรัฐบาลในฐานะที่เป็นสมาชิก คสช. แม้จะเป็นหนึ่งในสมาชิก และเน้นย้ำให้กำลังพลของกองทัพอากาศวางตัวให้เหมาะสม ส่วนยุทธศาสตร์ในการเดินหน้าพัฒนากองทัพอากาศนั้น อดีตผู้บังคับบัญชาได้วางยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนากองทัพระยะ 5 ปี หรือ 10 ปี เรียบร้อยแล้ว
สำหรับปัญหาความสัมพันธ์กับมิตรประเทศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กองทัพอากาศให้ความสำคัญ เพราะกองทัพอากาศตระหนักว่า ภูมิภาคอาเซียนจะต้องจับมือร่วมกันในการต่อสู้กับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต
อย่างไรก็ตาม แม้โฉมหน้าของ ผบ.เหล่าทัพจะเปลี่ยนไปแบบ "ยกแผง" แต่โครงสร้างของกำลังรบ และยุทธศาสตร์การพัฒนากองทัพได้จัดวางไว้แล้วตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว ขณะที่ทุกเหล่าทัพก็มีความเป็น "เอกภาพ" อย่างสูงภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อุดมเดช สามทหารเสือพี่น้องที่จะช่วยกันประคับประคองบ้านเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่าน
..........................
(หมายเหตุ : ‘ผบ.เหล่าทัพ’เปลี่ยน‘ยกแผง’ เสาหลักค้ำรัฐในโครงสร้างคสช. : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)



