คอลัมนิสต์

สปช.ภารกิจที่กำลังจะเริ่ม

สปช.ภารกิจที่กำลังจะเริ่ม

01 ต.ค. 2557

สปช.ภารกิจที่กำลังจะเริ่ม : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

               สัปดาห์นี้เราจะได้เห็นโฉมหน้าของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่นับจากนี้ไปจะมีบทบาทสำคัญต่อการวางรูปแบบโครงสร้างของประเทศไทย ไม่ลำพังเฉพาะเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ยังจะหมายรวมถึงการปรับแก้กฎหมาย กฎระเบียบ หรือโครงสร้างในเรื่องต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

               หากมีการประกาศรายชื่อ สปช.ออกมาแล้ว ก็จำเป็นต้องจัดการประชุมเพื่อคัดเลือกว่าใครจะเป็นประธาน นาทีนี้เริ่มมีรายชื่อหลุดออกมาบ้างแล้วโดยคาดการณ์ว่าคู่ชิงจะเป็น "เทียนฉาย กีระนันทน์" กับ "ชัยอนันต์ สมุทวณิช"

               และจากการประชุมนัดแรกก็จะถือว่าภารกิจของ สปช. จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ เพราะมีเงื่อนเวลาสำคัญอย่างน้อยสองประการที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดเอาไว้

               เรื่องแรกคือภายใน 15 วันนับจากการประชุมนัดแรก ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติจะต้องตั้ง "กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ" ซึ่งองค์ประกอบหลักก็คือมาจาก สปช. โดยรัฐธรรมนูญกำหนดว่าจะต้องประกอบด้วย 1.ประธานกรรมาธิการยกร่างซึ่งเสนอโดย คสช. 2.สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอ จำนวน 20 คน 3.คณะรัฐมนตรีเสนอ 5 คน 4.สภานิติบัญญัติแห่งชาติเสนอ 5 คน และ 5.คสช. เสนออีก 5 คน

               ทั้งหมดจะทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งหากดูจากรูปแบบการร่างรัฐธรรมนูญของประเทศไทยทั้งเมื่อครั้งฉบับ 2540 และฉบับ 2550 กรรมาธิการยกร่างจะถูกเปรียบเป็น "คุณพ่อรัฐธรรมนูญ" ด้วยซ้ำ เพราะเป็นคนปลุกปั้นและร่างขึ้นกับมือ

               นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญยังกำหนดว่า นับจากการประชุม สปช. นัดแรก  ใน 60 วันจะต้องเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะการปฏิรูปต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

               ซึ่งข้อเสนอที่เป็นวัตถุดิบที่จะนำมาเคี้ยวก่อนส่งให้ สปช. ก็จะมาจากคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปที่ได้ดำเนินการรับฟังความเห็นมาตลอดนับแต่มีการยึดอำนาจการปกครอง

               จากนั้นกรรมาธิการยกร่างจะมีเวลา 120 วันในการ "เขียน" รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วจึงส่งคืนให้ สปช. เพื่อนำมาลงมติ หรือเสนอแก้ไข ซึ่งในส่วนนี้หากใช้เวลาเต็มกระบวนการทั้งหมดแล้วเท่ากับว่าอีก 295 วันนับจากการประชุมนัดแรกเราน่าที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้

               แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน สปช. ก็ต้องสิ้นสภาพไปและดำเนินการตามกระบวนการทั้งหมดใหม่ตั้งแต่ต้น นับแต่การสรรหา สปช. แปลว่าจะต้องใช้เวลาอีกนับปีในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

               อย่างไรก็ตามระหว่างที่รอกรรมาธิการยกร่างทำงานนั้นใช่ว่า สปช. จะไม่มีงานทำ เพราะในช่วงนี้ สปช. จะมีหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำ แนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปด้านต่างๆ เสนอต่อ สนช.  ครม. และ คสช.

               หากเป็นไปตามคำโฆษณาที่ คสช.ให้ไว้ สปช.ที่ได้มานั้นต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ น่าเชื่อถือ เพราะภารกิจนี้ถือเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่ง แต่หากรายชื่อที่แย้มออกมาเป็นความจริงเราจะคาดหวังอะไรได้มากหรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าน้ำหนักจะเทมาที่ขั้วการเมืองฝั่งหนึ่งมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นคนที่เคยออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลชุดที่ผ่านมา 

               ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงความยอมรับจะเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่าการปฏิรูปนั้นคล้ายกับความปรองดอง ที่ว่าต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายมิใช่จากเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น

               อย่างไรก็ตามรายชื่อที่ออกมาตามหน้าสื่อขณะนี้ยังเป็นเพียงการคาดการณ์ เราก็จึงได้แต่หวังว่าจะไม่เป็นไปตามนั้นทั้งหมด เพราะหากเป็นเช่นนั้นอาจจะหมายถึงจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งต่อไป

-------------------------------------------------------------

(หมายเหตุ : สปช.ภารกิจที่กำลังจะเริ่ม : ขยายปมร้อน  โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)