คอลัมนิสต์

ควายในโลกของตำรวจ?

ควายในโลกของตำรวจ?

01 ต.ค. 2557

ควายในโลกของตำรวจ? : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

               เทวดาลืมไปว่า เมื่อปั้นดินเพื่อเสกให้ตุ๊กตาดินเหล่านั้นกลายเป็นมนุษย์ในอาชีพต่างๆ แล้วนั้น มนุษย์ซึ่งเต็มไปด้วยกิเลสความโลภเมื่ออยู่ด้วยกันย่อมเกิดความขัดแย้งแย่งชิงผลประโยชน์ที่ตนเองอยากได้ อยากครอบครองและอาจสร้างความวุ่นวายในสังคมได้

               เมื่อเทวดานึกได้ จึงนำดินที่เหลือจากการปั้นตุ๊กตาดินที่เป็นกลุ่มบุคคลอาชีพต่างๆ มารวมกันแล้วก็ปั้นเป็น "ตำรวจ”...เจ้าจงไปเป็นตำรวจ

               ด้วยเหตุนี้ ตำรวจจึงต้องทำงานหลายๆ งานที่น่าจะไม่ใช่งานเฉพาะของตำรวจ

               แบกภาระที่หนักอึ้ง...แทนองค์กรอื่น ทั้งๆ ที่งานในหน้าที่ของตนเอง ภารกิจและการบริหารจัดการในองค์กรของตนเองก็แสนจะขัดสน ขาดแคลน!!

               อดทน อดกลั้น ปฏิบัติงานตามนายสั่งให้บรรลุภารกิจที่นายมอบ จึงกลายเป็นบริบทที่สำคัญ ซึ่งเป็นที่มาของภาวะเก็บกด เครียด และส่งผลต่อพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนต่างๆ ตามมามากมาย โดยส่งผลร้ายทั้งต่อบุคลิกภาพของตำรวจเอง ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานระดับต่างๆ รวมถึงประชาชน

               หัวใจที่ควรจะต้องเป็นหัวใจตำรวจ (Police Mind) ที่เต็มไปด้วยความเต็มใจและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่จะคุ้มครองดูแล บำบัดทุกข์บำรุงสุขเพื่อประชาชนกลับเบี่ยงเบน ผิดพลาด คลาดเคลื่อนไป

               คนที่ไม่มีความสุข มีสุขภาพจิตที่ไม่ดี จะดูแลสร้างความผาสุกให้คนในสังคมได้อย่างไร?

               โจทย์ข้อ 2 ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 10 ที่ว่า "ทำอย่างไรจึงจะทำให้ตำรวจมีความสุขและสามารถปฏิบัติหน้าที่สมศักดิ์ศรีของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ” นั้น จึงเป็นโจทย์ที่ควรจะถูกกำหนดเป็นการคิดในข้อแรกมากกว่า จึงจะสามารถตอบโจทย์ข้อที่ 1 ที่ว่า "ทำอย่างไร ตำรวจจึงจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้ประชาชนรัก”

               ความหมายโดยนัยที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำถามข้อ 1 นี้ น่าจะเป็นความพยายามที่จะระดมความคิดของตำรวจระดับปฏิบัติทั้งหลายเพื่อกำหนดแนวทางในการสร้างอัตลักษณ์ตำรวจ (Police Identity) ในการรับรู้ของประชาชนเพื่อสร้างศรัทธา ความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่ในสถานะของต้นธารยุติธรรม

               จริงดั่งคาด!!!

               ตำรวจทั้งหลายมิได้คาดหวังสิ่งใดมากมายเพื่อให้ตนเองมีความสุขในการปฏิบัติงาน ขอเพียงเมื่อทำงานอย่างตั้งใจโดยฝ่าฝันปัญหา อุปสรรคต่างๆ ทั้งในเรื่องข้อจำกัด ข้อขัดข้องในทรัพยากรการบริหารต่างๆ และธรรมชาติในงานตำรวจที่มีกับดักแห่งอำนาจและผลประโยชน์ล่อใจต่างๆ มากมายแล้วนั้น ขอเพียงให้นายและประชาชนได้เข้าใจ เห็นใจ ยอมรับและชื่นชมตำรวจบ้าง เพียงเท่านี้ก็สุขใจ

               “ทุกองค์กร ทุกสังคม มีทั้งคนดีและคนเลว คนเลว 1 คนก็อย่าโปรดเหมารวมว่า นี่คือคนทั้งองค์กร โปรดอย่ารีรอ ชั่งใจ หรือไตร่ตรองอย่างมากมายหากจะชื่นชมตำรวจที่เขาทำดี เพียงเพราะรู้สึกขัดแย้งต่อกระแสความรู้สึกลบๆ ของสังคมที่มีต่อตำรวจ” นายตำรวจหัวหน้าสถานีพูดความในใจ ซึ่งเป็นความต้องการที่จะทำให้ตำรวจมีความสุข ชุ่มชื่นหัวใจขึ้นมาบ้าง

               “แต่การที่จะทำให้ประชาชน หรือสังคมชื่นชมยกย่องตำรวจ ตัวตำรวจเองก็ต้องปรับทัศนคติของตนเองในการทำงานอยู่เหมือนกันนะ เอาล่ะเราต้องยอมรับว่า ปัจจัยพื้นฐานในการทำงานของตำรวจบกพร่องไม่เพียงพอ แต่ตำรวจต้องฝ่าฟันหาหนทาง ปรับเปลี่ยนคิดค้นวิธีการในการทำงานในความรับผิดชอบให้ประชาชนที่มารับบริการของตำรวจให้การยอมรับ และพึงพอใจด้วย ต้องสนใจและให้ความสำคัญกับประชาชนด้วย” นายตำรวจคนเดียวกันแสดงความเห็นที่สะท้อนให้เห็นว่า ตำรวจเองก็มีความจำเป็นที่ต้องปรับปรุง ปรับเปลี่ยนและพัฒนาเช่นเดียวกัน เพียงแต่เน้นที่ตัวตำรวจแต่ละคน (เป็นความพยายามเฉพาะตัวของตำรวจแต่ละคน)

               การสร้างความสุขในการทำงานของตำรวจ...เราควรมองอย่างไร?

               มองว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัวของตำรวจต้องสร้างความสุขให้เกิดขึ้นกับตัวเอง?

               มองว่าเป็นเรื่องของ "นาย” ที่จะต้องสร้างระบบการทำงานและระบบการบริหารจัดการที่ส่งผลให้ตำรวจมีความสุขในการทำงาน?

               หรือมองว่า เป็นเรื่องของสังคมและประชาชนที่จะต้องมีความเข้าใจและเปิดใจให้ตำรวจบ้างเพื่อสร้างพื้นที่ทางสังคมให้ตำรวจได้มีที่ยืนบ้าง ให้มีตำแหน่งแห่งที่ทางสังคมบ้าง?

               “ควายเวลาที่ชาวนาใช้งานอย่างหนัก เมื่อเสร็จงานไถนา เจ้าของมันยังพาไปนอนเล่นในปลัก แช่น้ำ ขัดตัวให้มัน อาบน้ำให้มัน เราจะเห็นได้ชัดเลยนะว่า มันมีความสุข เราจะเห็นเลยนะว่า เจ้าของมันรู้ใจมัน รู้จักให้รางวัลมัน รู้จักใช้งานมัน” นายตำรวจใหญ่เปรียบเทียบให้เห็นภาพวิถีแห่งการถูกใช้งานที่หนัก ทั้งงานที่รับผิดชอบตรงและงานฝากจากนอกหน่วยของตำรวจกับควาย!!

               ก็เพียงแต่หวังว่า ตำรวจจะได้รับการดูแลให้เกิดความสุขในการทำงานไม่น้อยกว่าควาย แต่ที่สำคัญคือ อย่าให้เป็นเช่นวิถีดังสำนวนที่ว่า "เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” ก็แล้วกัน