
ลาว'แบตเตอรี่อาเซียน'ต้องรีชาร์จ(1)
ลาว'แบตเตอรี่อาเซียน'ต้องรีชาร์จ(1) : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
นครเวียงจันทน์-เมืองหลวงน้อยๆ แห่งนี้ ในวันทำงาน รถเริ่มติดมากๆ ในช่วงเช้าและเย็น ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะสองถนนหลักคือสามเสนไทยและเสษฐาธิราช รถเอสยูวีรุ่นใหม่ๆ เต็มถนนไปหมด ดูเหมือนว่ารถยนต์จากเกาหลีใต้จะชนะใจคนลาว นับดูคร่าวๆ จากตามท้องถนนที่เห็น จะพบว่ามีรถยี่ห้อดังๆ จากเกาหลีมากกว่ารถโตโยต้า หรือฮอนด้า เนื่องจากราคาถูกกว่าในเมืองไทยหลายแสนบาท
ศูนย์การค้าใหม่ๆ เริ่มมีให้เห็น นักลงทุนจากจีนได้เข้ามาสร้างไว้หลายแห่ง เล่นเอาเวียดนามที่เคยครองการสร้างตึกสูงใหม่ๆ ในฐานะเป็นประเทศหลักของการลงทุนในลาวต้องหายเข้ากลีบเมฆ โปรเจกท์ใหญ่ๆ สร้างศูนย์การค้าและช็อปปิ้งทางบริษัทเวียดนามได้เริ่มสร้างไว้ 7-8 ปีที่แล้วเกือบสิบแห่งทั่วนครแห่งนี้ยังถูกปล่อยร้างเห็นโครงสร้างคอนกรีต เพราะไม่มีเงินทุนสร้างต่อ
ในบริบทอาเซียน ลาวเป็นประเทศที่ทุกคนยอมรับว่าเป็นสมาชิกมี “พลังมหาศาล” คือ มีพลังน้ำสามารถผลิตไฟฟ้าส่งออกไปขายต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง นำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเลี้ยงดูเศรษฐกิจและประชาชนทั้งประเทศ มาตลอดเวลา ไทยนำเข้าไฟฟ้าจากลาวมากที่สุด
รัฐบาลลาวชุดปัจจุบันพยายามอย่างยิ่งในการพัฒนากำลังการผลิตพลังไฟฟ้าให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มการส่งออก จึงมีแผนการสร้างเขื่อนเพิ่มเพื่อผลิตไฟฟ้าขึ้นมาอีก ในบรรดาประเทศที่แม่น้ำโขงไหลผ่านคือลาว จีน พม่า เวียดนาม กัมพูชาและไทยนั้น ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของแม่น้ำโขงไหลผ่านลาว ซึ่งมีพื้นที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เหมาะกับการสร้างเขื่อนกันน้ำ
ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลลาวพยายามสร้างเครือข่ายส่งไฟฟ้าที่ได้มาจากพลังน้ำทั่วประเทศเพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้มีไฟฟ้าใช้ การเข้าถึงพื้นที่เหล่านี้ลำบากมากเพราะขาดโครงสร้างในการส่งกระแสไฟฟ้า ขณะนี้เชื่อนสายบุรีกำลังสร้างอยู่และเป็นที่โจษจันกันมาก มีการประท้วงอย่างไม่ขาดสายจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งเวียดนามและกัมพูชา
อาทิตย์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีคำสิง ธรรมาวงษ์ เปิดเผยอย่างภูมิใจต่อรัฐมนตรีพลังงานจากอาเซียนว่า ลาวตอนนี้มีพื้นที่ถึง 87 เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศที่มีกระแสไฟฟ้าเข้าถึง เมื่อยี่สิบปีก่อนมีเพียง 38 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในนครหลวงแห่งนี้มีไฟฟ้าใช้เกือบเต็มร้อยแล้ว ขาดอีกสองเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
มันเป็นความภูมิใจของผู้นำลาวที่ได้ปกครองประเทศนี้มาตั้งแต่ปี 1975 เป็นเวลาต่อเนื่องถึง 40 ปี หลังจากการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ปี 1984 มีนโยบายจินตนาการใหม่เริ่มมีการนำระบบทุนนิยมเข้ามาใช้แทนระบบบริการและจัดการแบบศูนย์กลาง ซึ่งเป็นแนวโน้มทั่วๆ ไปในภูมิภาคเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน หลังจากนั้นไม่นาน เวียดนามมีนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจใหม่เหมือนกัน
ปีหน้าเป็นปีสำคัญมากๆ สำหรับประวัติศาสตร์ลาว ตอนนี้มีการเตรียมแผนการปฏิรูปอย่างใหญ่หลวงเพื่อให้ทันตามเข้าสู่สมาชิกอาเซียนอื่นๆ ที่กำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปีหน้า ซึ่งมีเวลาเหลือเพียงไม่ถึงสี่ร้อยห้าสิบกว่าวัน ตามหัวเมืองจะมีข้าราชการกระทรวงที่เกี่ยวข้องจัดสัมมนาเพื่อเตรียมตัวเข้าประชาคมอาเซียน พร้อมกับข้อเสนอแนะการแก้ไขกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ
ที่สำคัญที่สุดคือพรรคคอมมิวนิสต์ลาวจะเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีหลังจากแยกตัวออกมาจากพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคนี้ยังมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศลาว การเมืองในลาวไม่มีฝ่ายค้านแบบที่พบเห็นในประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เช่น กัมพูชา หรือพม่า
ในลาวจะเห็นได้ว่าความสนิทสนมระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและลาวนั้นเหนียวแน่น ในลาวมีสถาบันวัฒนธรรมเวียดนามอยู่หลายแห่ง (เหมือนสถาบันขงจื้อของจีนในไทยและทั่วโลก) ข้างในมีหนังเวียดนามฉาย มีแม็กกาซีนและหนังสือให้อ่าน แต่ในช่วงหลังบทบาทจีนในลาวมีสูงมากโดยเฉพาะในพื้นที่ทางภาคเหนือติดกับจีน
ในบรรดาสมาชิกอาเซียน ลาวมีการพัฒนาที่ค่อยเป็นค่อยไป ช้าไม่รีบร้อน เพื่อนลาวมักบอกว่าชื่อประเทศลาวเต็มๆ คือ Lao PDR หรือ Lao Please Don’t Rush แซวเล่น ตามจริง คนลาวเป็นคนมีนิสัยแบบสบายสบายมีความสุข



