คอลัมนิสต์

'เตี่ยนัน'เมืองแปดริ้วและวัดโสธรฯ

'เตี่ยนัน'เมืองแปดริ้วและวัดโสธรฯ

25 ก.ย. 2557

'เตี่ยนัน'เมืองแปดริ้วและวัดโสธรฯ : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

                วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นข่าวดังอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) กับ ผู้ค้าหน้าวัด ถึงขั้นมีการใช้อาวุธปืน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย

                พระเทพสิทธิญาณรังษี เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่หลานชายอย่างที่มีการพูดกันไปมา เป็นเพียงหัวหน้า รปภ. ที่วัดมอบหมายให้ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณลานจอดรถ ไม่ให้ผู้ใดมาสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนที่มากราบไหว้ "หลวงพ่อพุทธโสธร"

                ดังที่ทราบกัน ประชาชนจากทุกทั่วสารทิศ ได้หลั่งไหลไปกราบไหว้หลวงพ่อโสธร ไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้วัดมีรายได้จากการขายธูปเทียน ขายดอกไม้ และอื่นๆ อีกมากมาย อันนำมาซึ่งปัญหาความขัดแย้งภายในวัด และตกเป็นข่าวหน้า 1 มาหลายครั้งหลายหนแล้ว

                ความขัดแย้งระหว่างกรรมการวัดโสธรฯ กับพ่อค้าแม่ค้าหน้าวัด ก็ปะทุขึ้นมาหลายรอบ โดยเฉพาะยามที่ทางวัดจะดำเนินการจัดระเบียบการค้าขาย

                เมื่อหลายปีก่อน นักข่าวเนชั่นสุดสัปดาห์ ได้ไปสัมภาษณ์นักการเมืองรุ่นลายครามแห่งเมืองแปดริ้ว ที่พ่อค้าแม่ค้าหน้าวัดเรียกว่า "เตี่ยนัน" หรือ อนันต์ ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา หลายสมัย

                ตอนนั้น มีคนกลุ่มหนึ่งกล่าวหาว่า "เตี่ยนัน" มีผลประโยชน์กับทางวัดโสธรฯ ผมเลยส่งน้องนักข่าวไปพูดคุยด้วย

                "ผมไม่ไปยุ่งเขา เขาจะมีผลประโยชน์กันอย่างไรก็เรื่องของเขา ไม่ใช่วัดเรา วัดเราคือวัดเทพนิมิตร วัดที่ผมบวช ผมบวชธรรมยุต แต่ว่านับถือหลวงพ่อโสธรไหม นับถือ เพราะว่าพระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน"

                วัดเทพนิมิตร อยู่ในตัวเมืองแปดริ้วเหมือนกัน เป็นวัดที่ครอบครัว "ฉายแสง" ทำบุญมาแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่

                "ผมอยู่วัดนี้ วัดเทพนิมิตร ผมก็ทำบุญวัดนี้ จะไปทำไม เขามีข้าหลวง มีอะไรอยู่วัดนี้แล้ว ผมไม่ไปยุ่งเลย ตั้งแต่เกิด ตั้งแต่เป็นใหญ่เป็นโตมาก็ไม่เคยไปทำบุญ ไปทำไมเขารวยแล้ว วัดเขารวยแล้ว"

                "เตี่ยนัน" ขยายความคำว่า "วัดเขารวยแล้ว" โดยระบุว่า "เดือนหนึ่งรายได้ของวัดราวๆ 15-20 ล้าน อย่างนี้เราจะต้องไปทำบุญอีกหรือ ก็ให้คนอื่นเขาไปทำ ไม่ใช่รังเกียจ"

                นักการเมืองจอมเก๋ายกตัวอย่าง "รำแก้บน" ภายในวัดโสธรฯ

                "วัดเขามีรายได้จากรำละคร อย่างเช่น จะแก้บน 5 ไหว้ ก็ไปคิดกันตามราคา พอเอาสตางค์ไปชำระเสร็จ เขาก็ให้วัด 200 บาทต่อหนึ่งไหว้ ถ้าผมบนไว้ 100 ไหว้ คูณแล้วประมาณ 5 หมื่นกว่าบาท วัดได้ 2 หมื่น คณะละครได้ 3 หมื่นกว่าบาท แต่เขาต้องลงทุนระนาด คนรำหลายสิบคน เขาเป็นศิลปิน ถ้าคนแก้บนเยอะ วัดก็ได้เงินเยอะ"

                แม้อนันต์จะออกตัวว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับวัดดังริมฝั่งน้ำบางปะกง แต่ในฐานะผู้แทนราษฎรของชาวแปดริ้ว ย่อมต้องมีบทบาทในการทำนุบำรุงวัดหลวง และดูแลพ่อค้าแม่ค้าที่ทำมาหากินอยู่หน้าวัด

                จากอดีตตำรวจชั้นประทวน อนันต์ถอดเครื่องแบบเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่น ด้วยการเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เมื่อปี 2501 และปีถัดมาได้เป็นเทศมนตรี

                ปี 2512 นักการเมืองคนบ้านๆ ฉายา "นักเลงแปดริ้ว" ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นครั้งแรกและได้รับเลือกเรื่อยมาอีกหลายสมัย

                อนันต์มีลูก 4 คนคือ จาตุรนต์, กลยุทธ, วุฒิพงศ์ และ ฐิติมา ทุกคนเล่นการเมืองตามรอยพ่อหมด โดยจาตุรนต์ ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในปี 2529 และปีเดียวนั้นเองน้องชาย กลยุทธ ก็ลงสมัคร ส.ท.เมืองแปดริ้ว ทั้งคู่ต่างได้ชัยชนะ

                เมื่อ 21 เมษายน 2555 มีการเลือกตั้งท้องถิ่น ผลปรากฏว่า ทีมรวมใจพัฒนาของ "ลูกชายเตี่ยนัน" ได้รับชัยชนะ และกลยุทธได้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทราเป็นสมัยที่ 7

                แม้ว่าก่อนหน้านั้น มีการเลือกตั้ง ส.ส. ตระกูล "ฉายแสง" จะสอบตกทั้ง 2 เขต แต่ในพื้นที่เทศบาลเมืองแปดริ้ว ก็ยังรักษาที่มั่นเอาไว้ได้

                เหนืออื่นใด มวลมหาประชาชนที่ขายของหน้าวัดโสธรฯ นั่นแหละ ที่เป็นฐานเสียงสำคัญของตระกูลฉายแสง และทันทีที่ย่างกรายไปแถวนั้น พ่อค้าแม่ค้าพากันยกมือไหว้เตี่ยนัน ด้วยความเคารพ เพราะรู้จักมักคุ้นมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ยันรุ่นลูก

                เรื่องของ "บ้านใหญ่" แห่งลุ่มน้ำบางปะกง กับวัดหลวงของปวงชน ก็จบลงด้วยประการฉะนี้