คอลัมนิสต์

สปช.อย่ากลัดกระดุมผิด

สปช.อย่ากลัดกระดุมผิด

24 ก.ย. 2557

สปช.อย่ากลัดกระดุมผิด : ขยายปมร้อน โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น

               เป็นเรื่องขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเกิดข่าวคราวเรื่องการ "ล็อกสเปก" ผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยเฉพาะในส่วนที่มาจากต่างจังหวัดที่มีกรรมการสรรหาระดับจังหวัดเป็นผู้คัดเลือกมา 5 คน และ คสช.จะเป็นผู้เลือกรอบสุดท้าย

                บางจังหวัดถูกครหาว่า "ผู้เลือก" กับ "ผู้ถูกเลือก" มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด บางจังหวัดถูกครหาว่า "ผู้เลือก" กับ "ผู้ที่ถูกเลือก" มีผลประโยชน์ร่วมกัน บางจังหวัดมีข้อครหาว่าเลือกคนที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับนักการเมืองเข้าไป

                นี่ยังไม่รวมถึงส่วนกลาง 11 กลุ่มปฏิรูปที่มีหลายคนออกมาตั้งข้อสงสัยว่ามีกระบวนการที่คล้ายกันหรือไม่ ร้อนถึง รัฐบาล และ คสช. ต้องดาหน้าออกมาบอกว่าหากพบการกระทำเช่นว่าจริงก็พร้อมที่จะตรวจสอบและเอาผิดต่อไป

                เอาจริงๆ ก็ไม่แปลกที่จะมีผู้ตั้งคำถามเช่นนี้ เพราะกระบวนการขั้นตอนทั้งหมดถูกเก็บเป็นความลับ ไม่มีใครรู้ว่ากรรมการสรรหาทำงานกันอย่างไร เรารู้กันแต่เพียงว่ามีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นฝ่ายเลขานุการ เป็นผู้รับสมัครและรวบรวมรายชื่อรวมถึงตรวจสอบประวัติเบื้องต้นให้ จากนั้นก็เป็นเรื่องของกรรมการสรรหา

                การประชุมกรรมการสรรหาของ 11 กลุ่มปฏิรูปก็กระทำกันที่ มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในค่ายทหาร ร.1 พัน.4 รอ. จนกลายเป็นที่โจษขานว่าเป็นการคัดเลือกกันในค่ายทหาร ไม่มีใครเข้าไปสังเกตการณ์ได้

                ส่วนรายชื่อที่ได้มานั้นไม่ว่าจะเป็นจากจังหวัดหรือส่วนกลางต่างก็เป็นความลับทั้งสิ้น ทุกคนรู้เพียงชื่อ 7,370 รายชื่อที่มาสมัครเท่านั้น แต่ใครที่ถูกคัดเลือกหรือถูกคัดทิ้งไม่มีใครรู้

                มีเพียงการให้เหตุผลว่าที่ต้องเป็นความลับก็เนื่องจากป้องกันคนมาวิ่งเต้น ซึ่งเหตุผลนี้อาจจะดูเบาไปหน่อย เพราะไม่มีอะไรจะเป็นหลักประกันได้ว่าแม้เป็นความลับจะไม่มีการวิ่งเต้น เพราะคนที่สมัครเข้าไปก็ย่อมอยากเข้าไปดำรงตำแหน่งนี้ การจะเปิดชื่อหรือปิดชื่อย่อมไม่เป็นสาระถ้าจะเล่นเกมใต้โต๊ะจริงๆ

                การเปิดชื่อต่างหากที่จะเป็นกระบวนการขั้นตอนที่โปร่งใส ทำให้เห็นว่า คสช.มีตัวเลือกแบบไหนอยู่ในมือบ้าง และคนที่คัดเลือกออกมามีความเหมาะสมเพียงใดกับตัวเลือกเท่าที่มีอยู่

                แน่นอนว่า คสช. ย่อมรู้ว่างานนี้มีผลกระทบมาก เพราะถึงขนาดที่ "พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์" ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถึงกับออกอาการควันออกหู โดยระบุว่า

                "ล็อกสเปกไหน พูดหลายทีเหลือเกิน ล็อกยังไง เล่าให้ผมฟังซิ หนูลองล็อกซิ จะล็อกยังไงบอกซิครับ คุณต้องบอกซิวิธีล็อกเขาล็อกยังไง คนสมัครตั้ง 7,000 คน จะล็อกยังไง และมีคณะกรรมการสรรหา สปช. ตั้ง 77 คน ด้านละ 7 คน ใน 11 ด้าน อย่าไปพูดล็อกสเปก ล็อกยังไงบอกด้วย ผมอยากล็อก มันล็อกได้ไหม ล็อกได้ไหมคะ ล็อกยังไง มันไม่ได้ คนเขามีตำแหน่งหน้าที่ เขาเป็นดร. เป็นศาสตราจารย์ ทั้งนั้น ทุกคนก็อยากทำหน้าที่ของตัวให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น อย่าไปพูดไม่ดีหรอกครับ ถามนำในทางที่ไม่ดี ถ้าน้องทำได้บอกวิธีล็อกสเปกมา” พล.อ.ประวิตร กล่าว

                ที่ต้องออกมาเช่นนี้เพราะหากคนไปเชื่อกันจริงๆ ว่ามีกระบวนการ "ล็อกสเปก" เกิดขึ้นย่อมกระทบถึงความน่าเชื่อถือของกระบวนการปฏิรูป และยิ่งจะทำให้คนไม่ยอมรับการปฏิรูปหนักขึ้นไปอีก

                คสช. เองย่อมรู้ตัวว่าการเข้ามาควบคุมอำนาจการบริหารประเทศไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง ดังนั้นหากจะต้องการทำอะไรต้องสร้างความชอบธรรมให้มากที่สุด โดยเฉพาะการปฏิรูป แต่หากกระบวนการปฏิรูปไม่มีความชอบธรรม การกระทำอะไรลงไปย่อมเปล่าประโยชน์

                ดังนั้น จากนี้จึงต้องหาทางแก้ที่ดีไปกว่าชี้แจง เพราะหากปล่อยกระดุมเม็ดแรกให้กลัดผิด เม็ดต่อๆไปก็ย่อมไม่มีทางถูกไปได้
-----------------------------------------------------

(หมายเหตุ : สปช.อย่ากลัดกระดุมผิด : ขยายปมร้อน โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น)