
สภาพสื่อเมียนมาร์ล่าสุด
สภาพสื่อเมียนมาร์ล่าสุด : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ย่างกุ้ง-สหภาพยุโรปและสแกนดิเนเวียได้ทุ่มเงินมากกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาความเป็นวิชาชีพและมาตรฐานของสื่อมวลชนเมียนมาร์ใน 5 ปีข้างหน้า สื่อมวลชนประเทศนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั่วโลก เนื่องจากมีการปฏิรูปอย่างฉับพลันในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา และในปลายปีหน้าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปทำให้ต่างประเทศสนใจต้องการเพิ่มขีดความสามารถสื่อมวลชนที่นี่ เพื่อรายงานข่าวเกี่ยวกับการเมืองการเลือกตั้งที่ได้เริ่มต้นแล้ว
มองข้ามแดนไปที่ไทยและสื่อมวลชนไทย ต้องยอมรับต่างประเทศไม่ได้ให้ความสนใจต่อการพัฒนาวิชาชีพสื่อมวลชนไทยเลย เพราะถือว่ามีประสบการณ์มากที่สุดในภูมิภาค และตอนนี้ดัชนีเสรีภาพสื่อไทยขององค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ตกลงต่ำมาก ทำให้หน้าตารัฐบาลชุดนี้ดูไม่ดี เวลาผู้นำปรากฏตัวในเวทีการเมืองโลก ทำให้ต่างชาติดูถูกเราได้
ตามจริง สื่อมวลชนไทยเคยได้รับการยกย่องในอดีตมาตลอด ในช่วงของรัฐบาลชวน หลีกภัยใน ปี 1997-2000 เสรีภาพสื่อมวลชนไทยขึ้นติดอันดับท็อปสามสิบประเทศของโลก แต่พอหมดรัฐบาลชุดนี้ไปอันดับสื่อไทยค่อยตกลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งกู้ไม่ขึ้นแล้ว
ในเมียนมาร์มีการอ้างอิงและกล่าวถึงเสรีภาพสื่อมวลชนในไทยเป็นประจำ นักการทูตต่างประเทศต่างให้ความชื่นชมเสรีภาพสื่อเมียนมาร์ที่มีการเปลี่ยน บางคนบอกว่าเสรีภาพสื่อไทยกำลังเดินทางไปสู่อดีตที่เมียนมาร์เคยผ่านมา ผู้เขียนได้ยินแทบจะตกเก้าอี้
สื่อมวลชนเมียนมาร์ได้เปลี่ยนแปลงจากระบบมีการเซ็นเซอร์ข่าวทุกข่าวก่อนมีการตีพิมพ์มาเป็นระบบแบบเปิดกว้างอนุญาตให้นักข่าวรายงานข่าวอิสระเกี่ยวกับบ้านเมืองอย่างไม่เคยมีมาก่อน ต้องยอมรับว่า รัฐบาลพม่าต้องอดทนต่อการวิพากษ์วิจารณ์สื่อมวลชนในบ้านเมืองที่ค่อนข้างรุนแรง นักข่าวที่นี่เป็นวัยหนุ่มสาว มีความกระตือรือล้นเป็นพิเศษ ทุกคนอยากเห็นประเทศตนเองพัฒนา แต่ต้องยอมรับว่า อ่อนประสบการณ์ในการรายงานข่าว ทำให้ต่างประเทศทุ่มเงินเป็นพันล้านบาทเพื่อเพิ่มศักยภาพสื่อเมียนมาร์
ต้องชื่นชมสื่อมวลชนที่นี่ อย่างน้อยๆ รัฐบาลพยายามเรียนรู้จากประสบการณ์ต่างประเทศ ขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศจากทุกองค์กรสื่อของโลกเข้ามาประจำย่างกุ้งหลายร้อยคน
สาม-สี่เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลประธานาธิบดีเต็ง เส่ง มีการจับกุมนักข่าวขังคุก 5 คน ที่รายงานข่าวความมั่นคงที่รัฐบาลเห็นว่าสร้างความเสียหาย จนทำให้นักข่าวขวัญหายกันหมด แต่มีการพูดคุยกันภายในว่า จะมีการนิรโทษกรรมนักข่าวกลุ่มนี้ในเร็วๆ นี้ ก่อนที่อาเซียนจะมีการประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเชียตะวันออกที่กรุงเนปิดอว์ในวันที่ 12-13 ตุลาคม เป็นที่คาดการณ์ไว้ว่า เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศต่อไป
ขณะนี้สภาหนังสือพิมพ์เมียนมาร์ได้ตั้งเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาแล้ว มีองค์กรและคณะกรรมการดูแล ช่วงที่ผ่านมาสภาทำหน้าที่ในการกำกับดูแลเสรีภาพสื่อ ที่ผ่านมามีการร้องเรียนจากประชาชนและหน่วยงานรัฐทั้งหมด 82 เรื่อง ทางสภาได้รับรู้และจัดการไปแล้วเกือบหมด คำร้องเรียนส่วนใหญ่มาจากกระทรวงข่าวสารที่เห็นว่าสื่อมวลชนลงข่าวไม่ถูกต้อง มีคำเตือนเรื่องการลงภาพที่ลักษณะลามก เป็นต้น
สภาหนังสือพิมพ์เมียนมาร์จะเป็นองค์กรถาวรในเร็วๆ นี้ หลังจากประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เซ็นชื่อกฎหมายลูกว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรเกี่ยวกับสื่อและข้อปฏิบัติอื่นๆ ในเร็วๆ นี้
เมียนมาร์อาจจะเป็นสมาชิกอาเซียนประเทศแรกที่ยอมรับดัชนีการพัฒนาสื่อ (Media Development Index) ที่องค์การยูเนสโกเป็นผู้จัดตั้งขึ้นเพื่อใช้เป็นมาตรฐานสากลในการพัฒนาสื่อมวลชนในประเทศต่างๆ ต่อไป สำหรับประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการและกรมประชาสัมพันธ์น่าหยิบยกดัชนีชุดนี้ขึ้นมาพิจารณาและนำมาปฏิบัติ เพราะไทยมีคุณสมบัติสื่อทางยูเนสโกได้นำเสนอในดัชนีการพัฒนาสื่ออยู่แล้ว
ในบรรดาสมาชิกอาเซียน ต้องยอมรับเมียนมาร์ฉลาดที่สุดในการใช้เครื่องไม้เครื่องมือของสื่อมาสนับสนุนภาพลักษณ์ของประเทศตนในเวทีการเมืองโลก โดยมีการปฏิสัมพันธ์กับสื่อมวลชนเมียนมาร์แบบต่อเนื่องและเปิดกว้าง
รัฐมนตรีข่าวสาร อูเย ทู้ต (โฆษกประธานาธิบดีเต็ง เส่ง) นั่งฟังสัมมนาสื่อทั้ง 2 วัน อย่างอดทน พร้อมตอบคำถามนักข่าวที่มีการอ้างอิงถึงนโยบายสื่อมวลชนของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา ในเมืองไทยมักจะมีรัฐมนตรีมาเปิดงาน พูดเสร็จก็เดินทางกลับไม่มีการติดตามผล
เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนไทยอาจจะต้องเริ่มเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อนบ้านนี้ได้แล้ว



