
ทำทันที-แก้อาชีวะตีกัน
ทำทันที-แก้อาชีวะตีกัน : บทบรรณาธิการประจำวันที่18ก.ย.2557
เป็นอีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก กรณีเด็กอาชีวะ หรือที่เรียกว่า เด็กนักเรียนช่างกล ก่อเหตุใช้อาวุธทำร้ายนักเรียนสถาบันคู่อริถึงแก่ความตาย และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ นักศึกษาที่เสียชีวิตก็ไม่ใช่คู่อริโดยตรง แต่เป็นเพียงนักศึกษาที่เรียนในสถาบันที่เป็นอริกันเท่านั้น ซึ่งเป็นการสูญเสียที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น นอกจากนี้สิ่งที่ต้องตระหนักเพิ่มขึ้นคือ การตั้ง "ศาลเตี้ยแบบหว่านแห" มีการรวมกลุ่มเพื่อสางแค้นให้เพื่อนในสถาบันที่ถูกทำร้าย มุ่งเอาคืนสถาบันคู่อริโดยไม่เลือกสถานที่และเวลา และเมื่อมองดูพฤติกรรมที่เลยเถิดไปถึงขั้นรวมกลุ่มตระเวนออกล่าเหยื่อสถาบันคู่อริ เสมือนหนึ่งเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไร้กฎหมาย ถือเป็นเรื่องน่าสลดใจต่อภาวะที่เกิดขึ้นกับเยาวชนของเรา และนับวันเหตุการณ์รุนแรงทำนองนี้เกิดขึ้นถี่ครั้งจนไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหากันได้เมื่อใดและอย่างไร
เหตุน่าเศร้าใจที่กลุ่มนักศึกษาอาชีวะ 6 คน รวมกลุ่มกันไล่ทำร้ายสถาบันคู่อริที่คิดว่าเป็นต้นเหตุกราดยิงหน้าห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง จนทำให้เพื่อนนักศึกษาหญิงเสียชีวิตหน้าป้ายรถเมล์ สะท้อนให้เห็นถึงภาวะการตัดสินใจของนักศึกษาเหล่านี้ว่า ขาดความยั้งคิดยั้งทำ คิดว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หรือครู อาจารย์ ไม่อาจช่วยเหลือได้ จึงทำการแก้แค้นด้วยตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงเป็นปัญหาทางวุฒิภาวะและวิธีการใช้เหตุผลของเด็กโดยตรง นั่นอาจมีส่วนจากตัวอย่างหรือพฤติกรรมเลียนแบบในสังคม ผนวกกับสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นปัจจัยประกอบ ทั้งเรื่องกลุ่มเพื่อนและรุ่นพี่ ครอบครัว และเมื่อเหตุรุนแรงเกิดขึ้นวนกันไปเรื่อยกลายเป็นเจ็บกันเป็นมรดกตกทอดของสถาบันศึกษากลายเป็นเรื่องศักดิ์ศรี ทบไปทบมาจนหาจุดเริ่มไม่เจอ และที่สุดก็หาจุดจบไม่ได้
ก่อนหน้านี้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ออกมาตรการ 7 ประการ เพื่อควบคุม 21 วิทยาลัยในกลุ่มเสี่ยงที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทซ้ำซ้อนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีทั้งการป้องกันดูแลเส้นทาง การดึงนักศึกษาต่างสถาบันมาเรียนรวมกัน หรือบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และสถาบันศึกษาต้องลงโทษตามระเบียบเข้มข้นจริงจัง รวมไปถึงการคัดกรองรับนักศึกษาใหม่ ให้ตรวจสอบประวัติว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับปัญหาทะเลาะวิวาทและยาเสพติดหรือไม่ นอกจากนี้เตรียมเสนอเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นทางสังคม เพื่อระดมทุกภาคส่วน ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร เข้ามาช่วยแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและต้องเริ่มเดินหน้าให้เกิดรูปธรรมได้แล้ว อย่าปล่อยให้เรื่องเงียบหาย
ขณะเดียวกัน ต้องถือว่าเป็นโอกาสเหมาะสมอย่างยิ่งในการสางปัญหา เมื่อ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สำทับ โดยมอบหมายให้แก้ปัญหาความประพฤติ ความรุนแรงและเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา โดยยกให้เป็น 1 ใน 10 นโยบายเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการให้เห็นผลภายใน 3 เดือน ซึ่งการที่รัฐบาลประยุทธ์ 1 จะเรียกว่าเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจในช่วงเปลี่ยนผ่านก็ว่าได้ น่าจะปฏิรูปด้านสังคม โดยเฉพาะปัญหาอาชีวะตีกันได้เห็นผลจริงจัง และทุกหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไขเรื่องนี้ อย่าให้สังคมป่วยไปกว่านี้ เยาวชนต้องเสียอนาคตมากไปกว่านี้ โดยยึดตามที่นายกรัฐมนตรีใช้เป็นหลักการ "ทำก่อน ทำจริง ทำทันที ให้มีผลสำเร็จ"



