คอลัมนิสต์

ปฏิรูปบนหลัก'ประชาธิปไตย'

ปฏิรูปบนหลัก'ประชาธิปไตย'

17 ก.ย. 2557

ปฏิรูปบนหลัก'ประชาธิปไตย' : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

                ไม่เกินวันที่ 2 ตุลาคมนี้ เราจะได้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จากนั้นสภาปฏิรูปฯ ก็จะนำข้อมูลต่างๆ ที่มีการเสนอจากฝ่ายต่างๆ มาสกัดเป็นประเด็นสำคัญๆ ก่อนที่จะส่งให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในฐานะ "สถาปนิก" นำไปออกแบบเป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่


                จากนี้หลายๆ คนที่ทั้งเข้าร่วมกับกระบวนการและไม่เข้าร่วมกระบวนการก็จะเสนอความเห็นและแนวทางออกมาเรื่อยๆ ซึ่งผู้ที่จะทำหน้าที่กลั่นกรองมิควรเลือกเขาเลือกเรา หรือกีดกันความเห็นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ที่จะต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ร่วมกับคนทุกคนในชาติ หลายคนแม้ไม่เข้าร่วมรับสรรหาเป็น สปช. แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่มีสิทธิ์เสนอแนวทางอนาคตสำหรับบ้านเมือง

                และแน่นอนว่า ข้อเสนอที่ออกมานั้น เท่ากับว่าเป็นประเด็นสาธารณะ ย่อมมีสิทธิ์ที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของแนวคิดเช่นกัน เพราะการคิดให้รอบคอบก่อนที่จะถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญย่อมเป็นสิ่งที่ถูกที่ควร

                ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข้อเสนอการปฏิรูปที่น่าสนใจออกมาจากสององค์กร องค์กรแรกคือ "สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์" ได้เสนอ "นิด้าโมเดล" ซึ่งเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปในหลายๆ ด้าน

                แต่ที่ "นิด้าโมเดล" ถูกจับตามอง เพราะที่ผ่านมาในช่วงวิกฤติทางการเมือง เหล่าคณาจารย์นิด้าหลายๆ คนไปขึ้นเวทีการชุมนุมของ กปปส. รวมไปถึงเป็นแกนนำ อย่าง "สมบัติ ธำรงธัญวงศ์" อดีตอธิการบดี หรือ "บรรเจิด สิงคะเนติ" คณบดีคณะนิติศาสตร์ เป็นตัวตั้งตัวตีขอให้ปฏิรูป

                ข้อเสนอหลายๆ อย่างที่เสนอบนเวที "เครือข่ายนักศึกษาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย" หรือ คปท. กลายมาเป็นข้อเสนอ "นิด้าโมเดล" ในวันนี้ โดยข้อเสนอที่น่าสนใจนั้น เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการเมือง โดยระบุให้กำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้พื้นที่ใดเป็นของพรรคการเมืองใดโดยเฉพาะด้วยการกำหนดให้พรรคการเมืองที่จะส่งคนลงเลือกตั้งต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งประเทศหรืออย่างน้อยร้อยละ 1 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในแต่ละจังหวัด

                ซึ่งหากเป็นจริงหมายความว่า พรรคการเมืองต้องมีสมาชิกอย่างต่ำ 4 ล้านคน เพราะปัจจุบันผู้มีสิทธิ์ของประเทศอยู่ที่ประมาณ 44 ล้านคน ทำให้อาจจะหมายความว่า อาจจะเหลือพรรคการเมืองที่มีศักยภาพเข้าแข่งขันในการเลือกตั้งเพียงไม่กี่พรรคเท่านั้น

                นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอจากนักศึกษา "วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 56" ที่น่าสนใจ เพราะ "วปอ." เป็นสถาบันวิชาการของทหาร ข้อเสนอของ วปอ.หลายครั้งถูกนำมาใช้ในการกำหนดนโยบายของประเทศ และที่สำคัญคือ การเสนอครั้งนี้มีคนไปร่วมรับฟังคือ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา"

                ข้อเสนอที่ดูเหมือนจะได้รับความสนใจมากที่สุดคือ การเสนอเรื่องการเข้าสู่อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร เพื่อให้ได้ "คนดีจริง คนเก่งจริง" และด้วยความที่หวั่นว่าจะไม่ได้คนที่ต้องการ เลยเสนอให้ "สนช." ทำหน้าที่เป็นสภาพี่เลี้ยงต่อไปอีกระยะ

                ข้อเสนอแบบนี้ ทำเอาหลายคนสะดุ้ง เพราะหมายถึง แม้ คสช.จะคืนอำนาจให้การเลือกตั้ง แต่ยังจะมีสภาในรูปแบบนี้สืบทอดเป็นเงาปกคลุมต่อไป เพราาะการยังมีอยู่ย่อมต้องมีการกำหนดบทบาทให้มากกว่าการ "จับตาดู" อย่างแน่นอน

                รวมไปถึงข้อเสนอที่จะให้ข้าราชการประจำสไลด์มาเป็นข้าราชการเมืองได้ ก็ต้องดูความเหมาะสมให้ดีๆ

                จริงอยู่ ณ นาทีนี้เรื่องต่างๆ ยังเป็นเพียงแนวคิด ไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด แต่ข้อเสนอที่มีแนวคิดขัดกับหลักประชาธิปไตยมากๆ ก็ย่อมได้รับการต่อต้าน และหากผู้มีอำนาจหยิบมาใช้จริงก็จะกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้


........................................

(หมายเหตุ : ปฏิรูปบนหลัก'ประชาธิปไตย' :  ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)