คอลัมนิสต์

ตำรวจกับการให้บริการ(โจร)?

ตำรวจกับการให้บริการ(โจร)?

17 ก.ย. 2557

ตำรวจกับการให้บริการ(โจร)? : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

               “หยุด นี่ตำรวจ!” วาจาที่นักแสดงบทตำรวจมักนิยมใช้ในการแสดงบทไล่จับโจร เป็นถ้อยคำที่คุ้นชินและไม่ได้แตกต่างจากคำที่ตำรวจนิยมใช้มากนักในยามเข้าจับกุมโจร ?


                คำว่า โจร หรือผู้ร้าย เป็นคำที่ถูกใช้มากกว่า คำว่า ผู้ต้องหา อย่างเช่น ตำรวจจับโจร ตำรวจตามล่าโจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาษาพูด

                ตำรวจ จึงตกอยู่ในสภาวะคู่ตรงข้ามกับ โจร

                วัฒนธรรมทางภาษาข้างต้น จำกัดวงอยู่เฉพาะกลุ่มตำรวจกับประชาชนเท่านั้น มิได้ขยายวงไปถึงหน่วยอื่นๆ ในกระบวนการยุติธรรม เช่น ศาล ดังที่มักใช้คำว่าออกหมายจับผู้ต้องหา มิได้ใช้คำว่า ออกหมายจับโจร

                คำเรียกผู้ที่สงสัยว่าจะเป็นผู้กระทำผิดว่า "ผู้ต้องหา" นั้น ก่อให้เกิดการรับรู้ความหมาย (meaning) และคุณค่า(value) ที่แตกต่างกันมากกับคำว่า "โจร"

                วิธีคิดที่อยู่เบื้องหลังการให้ความหมายและคุณค่าที่แตกต่างกันนี้จะส่งผลอย่างมากต่อท่าที และการปฏิบัติของตำรวจที่มีต่อบุคคล หรือ กลุ่มคนที่ตำรวจเรียกว่า "ผู้ต้องหา” หรือเรียกว่า "โจร”

                “เซอร์วิสมายด์ (Service Mind) กับไอ้พวกขายยา เสพยานี่นะ จะทำเข้าไปได้ยังไง มันทำไม่ได้ งานยาเสพติดจะมาเซอร์วิสมายด์ได้ยังไง” ผู้กำกับการสถานีตำรวจพูดโวยวายแสดงท่าทางอย่างชัดเจน ที่สะท้อนให้เห็นว่า การใช้หลักการ แนวคิดเรื่องการให้บริการด้วยใจไม่สามารถปฏิบัติได้ในขอบเขตภาระงานด้านการปราบปรามยาเสพติดทั้งในส่วนของพนักงานสืบสวน และพนักงานสอบสวน

                “ให้พูดกะมันดีๆ มันจะบอกไหมว่ามันรับยามาจากใคร มันซ่อนของกลางไว้ที่ไหน มันจะเห็นตำรวจอ่อนหลอกล่อได้ และมันยิ่งกลัวว่าถ้ามันบอกตำรวจไอ้พวกเครือข่ายมันก็จ้องจะเล่นงานอยู่แล้ว และถ้าไม่ใช้อำนาจกับมัน ทีนี้มันจะกลัวตำรวจไหม มันก็กะล่อน ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ จะให้ตำรวจทำอะไร เข้าใจงานตำรวจกันบ้างรึเปล่าว่า ลักษณะของงานตำรวจเป็นยังไง...” เหตุผลมากมายพรั่งพรูล้วนแสดงให้เห็นข้อจำกัดของการให้บริการด้วยใจสำหรับการปฏิบัติงานสืบสวน สอบสวนด้านยาเสพติด

                “พวกที่เสนอให้ตำรวจมีเซอร์วิสมายด์น่ะ ลองไปนั่งดูสิว่า วันๆ พนักงานสอบสวนต้องเจออะไรบ้าง ต้องทำอะไรบ้าง ภาระงานต่างๆ ของพนักงานสอบสวนมีอะไรบ้าง ถ้าให้ดี ลองไปนั่งดูสักหนึ่งเดือน จะได้รู้ว่ามันทำอย่างที่พูดได้รึเปล่า แค่นี้ก็เครียด ประสาทกันหมดแล้ว” ผู้กำกับฯ อ้างเหตุผลให้เห็นว่าภาระงานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นปริมาณคดี การทำสำนวนการสอบสวนที่ถูกจำกัดด้วยเวลา ความยุ่งยากและความจำเป็นในการสร้างความละเอียดรอบคอบเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในตัวบทกฎหมายและสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นนั้น เป็นเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สมควรจะคาดหวังการบริการด้วยใจอย่างมากมายกับพนักงานสอบสวนที่กลายเป็นตำแหน่งงานที่มีตำรวจจำนวนไม่น้อยไม่อยากจะปฏิบัติงานในตำแหน่งนี้

                “ตอนนี้เราก็พยายามกันอยู่นะ ตั้งแต่นโยบายของ ผบ.อดุลย์ (พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว) ที่ให้ทุกโรงพักทำสภาพแวดล้อมในโรงพักให้สะอาด เราก็ทำกัน มันก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะนะ ถ้าบอกว่าเซอร์วิสมายด์คือการทำให้ประชาชนที่เข้ามารับบริการแล้วรู้สึกว่ามีบรรยากาศในการให้บริการที่ดี ผมก็ว่าโรงพักหรือห้องสืบฯ ทุกวันนี้ก็ดีกว่าแต่ก่อนมากนะ” นายตำรวจพูดอย่างมั่นใจพร้อมท้าทายให้ไปแอบชมห้องสืบสวนโดยที่ไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า

                สมัยก่อน ห้องสืบสวน มักตั้งอยู่ตามซอกหลืบของโรงพัก อันเนื่องมาจากเหตุจำเป็นในธรรมชาติงานสืบ จะมีลักษณะเป็นห้องเล็กๆ ปกปิดอย่างมิดชิด (ห้องสืบสวนในหลายสถานีตำรวจไม่มีแม้กระทั่งหน้าต่าง) เมื่อเข้าไปภายในห้องสืบฯ ก็จะเต็มไปด้วยสิ่งของวางเรียงรายระเกะระกะ ทั้งสิ่งของเครื่องราชการ และสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวของตำรวจ สิ่งของเครื่องใช้ของผู้ต้องหา ของกลางบางอย่างที่รวบรวมมาได้ และแม้กระทั่งจาน ชามที่ยังไม่ได้ล้างทำความสะอาด อาจบรรยายภาพได้ว่า เป็นสถานที่ที่ไม่มีความน่าอยู่หรือมองไม่เห็นสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผู้ที่เข้าไปสัมผัสบรรยากาศภายในห้องสืบสวนเกิดความรู้สึกสบาย ผ่อนคลายใดๆ เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือผู้ต้องหา

                หรือว่า สถานที่ที่มีไว้ปฏิบัติการระหว่างผู้ต้องหากับตำรวจดังตัวอย่างห้องสืบนี้ ไม่จำเป็นต้องมีบรรยากาศที่สร้างความรู้สึกดีๆ ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดดีๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ท่าทีที่ดีๆ?

                แล้วถ้าหาก ผู้ต้องหาที่ตำรวจสายสืบเชิญ (หรือล็อก) ตัวมาไม่ใช่ผู้กระทำผิด...เขาจะรู้สึกเช่นไรต่อบรรยากาศต่างๆ ที่เขาพบเจอ?

                ถึงแม้ว่า พวกเขาเหล่านั้นจะเป็นผู้กระทำผิดจริง แต่ด้วยอุดมการณ์ของกฎหมายที่มีไว้เพื่อการลงโทษโดยมีเป้าหมายในการยับยั้งการกระทำผิดซ้ำ หากตำรวจสามารถสร้างบรรยากาศทั้งทางกายภาพ ท่าที กิริยาวาจา และความสัมพันธ์ระหว่างการสอบสวน ทั้งในชั้นพนักงานสืบสวน หรือพนักงานสอบสวนจนสามารถเปิดใจ ได้ใจผู้ต้องหาจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อการเกิดความรู้สึกดีๆ (ทัศนคติที่ดี) ต่อตำรวจในการบังคับใช้กฎหมาย ความสำเร็จในการรวบรวมพยานหลักฐานของงานสืบ ความสำเร็จของการขยายผลของงานสอบสวนก็มีโอกาสที่จะเกิดมากขึ้น ความมั่นใจและศรัทธาในความยุติธรรมในการบังคับใช้กฎหมายของตำรวจก็จะเกิดมากขึ้น หรือแม้กระทั่งอาจเกิดอานิสงส์ถึงขั้นการเกิด "ภาวะโจรกลับใจ” ได้เลยทีเดียว ดังนั้น เซอร์วิสมายด์ในงานยาเสพติดจึงอาจเริ่มต้นที่การเปลี่ยนวิธีคิดและมุมมองของตำรวจที่มีต่อผู้ต้องหานั่นเอง !!