คอลัมนิสต์

ความคลุมเครือคดีการชุมนุม

ความคลุมเครือคดีการชุมนุม

17 ก.ย. 2557

ความคลุมเครือคดีการชุมนุม : บทบรรณาธิการประจำวันที่17ก.ย.2557

                ต้องยอมรับว่าคดีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจับกุมชายชุดดำ 5 คนแล้วนำตัวมาแถลงข่าว ยังสร้างความคลุมเครืออยู่ไม่น้อยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน 2553 บริเวณถนนราชดำเนิน ตอนไหน บริเวณใดบ้าง คนส่วนใหญ่ฟังดูคล้ายกับว่าชายทั้ง 5 คนนั้นเกี่ยวข้องกับการตายของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม โดยตรง แต่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ออกมาปฏิเสธบอกเพียงว่าชายชุดดำทั้งห้านั้น เกี่ยวพันกับเหตุการณ์แต่จะใช่กลุ่มที่สังหาร พล.อ.ร่มเกล้าหรือเปล่า ยังไม่ชัดเจนถึงขนาดนั้นแม้แต่ น.ส.กริชสุดา ที่ในวันแรกบอกว่ามีการโอนเงินให้กลุ่มชายฉกรรจ์ก็ยังต้องนำตัวมาสอบก่อนว่าเป็นเงินอะไรกันแน่ ค่าจ้างหรือว่าเงินอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ถ้าสรุปง่ายๆ ตอนนี้ก็คือ ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่นำตัวมาแถลงนั้นเพียงแต่อยู่ร่วมในเหตุการณ์การชุมนุมปี 2553 แต่จะมีส่วนตรงไหนกับความรุนแรงอย่างไร ต้องดูหลักฐานที่มีอยู่ประกอบด้วย

                ความคลุมเครือดังกล่าวถูกนำมาขยายความโดยแกนนำคนเสื้อแดงที่พยายามออกมาบอกว่า เป็นการกระทืบซ้ำกันเพราะมีการพาดพิงไปถึงฝ่ายตรงข้ามในปัจจุบัน ซึ่งข้อเท็จจริงต่างๆ ต้องรอพิสูจน์กันในชั้นศาล ซึ่งในความเป็นจริงนั้นคดีความที่เกิดขึ้นในช่วงการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่เริ่มก่อนการรัฐประหารปี 2549 ก็ยังไม่ชัดเจนหลายคดี และการจับกุมคนก่อเหตุก็ยังไม่เกิดขึ้นเต็มที่เบี่ยงเบนไปตามอำนาจรัฐบาลขณะนั้น คดีที่ยังค้างคาอยู่ตั้งแต่กระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นก็พลิกไปพลิก จนมาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบก ที่เข้ายึดอำนาจจากกลุ่มการเมืองภายใต้การนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีความพยายามคลี่คลายคดี แต่ก็ยังไม่ชัดเจนนัก ขนาดเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การแถลงข่าวในวันนั้นเพื่อกลบกระแสหรือแรงกดดันภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผบ.ตร.ลงมาถึงผู้บัญชาการที่มาจากสายอำนาจกลุ่มเดียว

                ความเอนเอียงของกระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมาน่าจะเป็นบทเรียนที่ดีกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เพราะปมความขัดแย้งและปัญหาทางการเมืองจากอดีตจนถึงปัจจุบันส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่ยุติธรรมทางกฎหมาย เมื่อฝ่ายหนึ่งขึ้นครองอำนาจก็ใช้อำนาจทางกฎหมายเล่นงานไล่ล่าฝ่ายตรงข้าม ประเด็นสำคัญคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังใช้วิธีการเดิม แนวปฏิบัติแบบเก่าๆ มีความรู้สึกว่าการขึ้นครองตำแหน่งโดยการแต่งตั้งของใคร ก็พยายามสนองตอบกับอำนาจนั้นในทันท่วงที องค์กรตำรวจยังคงอยู่ในวังวนทางการเมือง การทำงานที่ยังขาดความชัดเจนโดยเฉพาะคดีความที่เกี่ยวเนื่องกับการเมืองซึ่งมีความละเอียดอ่อน อาจนำมาเป็นประเด็นขยายความ จนบั่นทอนความปรองดองที่พยายามทำกันอยู่ การปรับโครงสร้างองค์กรตำรวจเป็นเพียงพิธีกรรมให้ดูเหมือนมีการเปลี่ยนแปลง แต่การโยกย้ายตำรวจระดับบริหารขึ้นมาภายใต้ร่มเงาผู้มีอำนาจไม่กี่คนก็เท่ากับส่งเสริมวงจรตำรวจที่คิดแต่ยืนข้างผู้มีอำนาจมากกว่าดูแลความยุติธรรมทางกฎหมายและประชาชน