
ขยายโครงข่าย'มิราเคิลอายส์'คุมเข้มอาชญากรรมเมืองหลวง
ขยายโครงข่าย'มิราเคิลอายส์' คุมเข้มอาชญากรรมเมืองหลวง : สายตรวจระวังภัย โดยปฏิญญา เอี่ยมตาล
หลังจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดทำโครงการนวัตกรรมศูนย์สั่งการกล้องวงจรปิดป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแบบเบ็ดเสร็จ (Miracle Eyes) มาใช้ในการอำนวยความสะดวกในงานด้านสืบสวน งานด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม งานควบคุมอุบัติเหตุจราจร ซึ่งมีการเชื่อมโยงเข้ากับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการบริหารงานเทคโนโลยีภายใน สน.ท้องที่ ทั้ง 88 สน. เพื่อเพิ่มศักยภาพการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมให้มีประสิทธิภาพทันท่วงที (Real Time) โดยมีศูนย์ควบคุมอยู่ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2556 เป็นต้นมา ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจนครบาลเตรียมขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนเป็นอย่างดี
พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ซึ่งรับผิดชอบโครงการดังกล่าว เปิดเผยว่า ตำรวจนครบาลได้มีการลงนามความร่วมมือกับบริษัททีโอที จัดทำ "โครงการมิราเคิลอายส์ กรุงเทพฯ ปลอดภัยลดอาชญากรรม" ตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2556 โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและพัฒนาโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศภายในศูนย์ซี 3 ไอ หรือศูนย์ 191 ชั้น 4 อาคารกองบังคับการตำรวจจราจร และได้ติดตั้งอุปกรณ์รับแจ้งเหตุทั้ง 88 สน. ปรากฏว่าระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถลดการเกิดคดีอาชญากรรมใน กทม. ได้ในระดับหนึ่ง
คณะทำงานควบคุมดูแลระบบ ได้อบรมเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุรวมถึงพนักงานวิทยุ 191 พนักงานวิทยุ 88 สน. ควบแล้วจำนวน 206 นาย ซึ่งพร้อมที่จะเปิดใช้ "มิราเคิลอายส์" แบบครบวงจรแล้ว ขณะที่มีภาคประชาชนทั้งผู้ประกอบการธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมันและประชาชนบ้านพักอาศัยเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 200 ราย มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อร่วมเป็นโครงข่ายอีกกว่า 1,000 ตัว และกำลังขยายความร่วมมือไปยังโรงรับจำนำ และสถานธนานุบาลต่างๆ คาดว่าภายใน 3- 5 ปีข้างหน้า จะมีกล้องวงจรปิด 360 องศาโครงการมิราเคิลอายส์ครอบคลุมพื้นที่ กทม.รวมกว่า 1 ล้านตัว
"ระบบการทำงานมิราเคิลอายส์มีหน้าที่สอดส่องเตือนภัย เมื่อเกิดเหตุในพื้นที่สัญญาณเตือนจะแจ้งไปที่ศูนย์ควบคุมสั่งการรับแจ้งเหตุ 191 หรือศูนย์ซี 3 ไอ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งไปยังสายตรวจพื้นที่รวมถึงส่งสัญญาณแจ้งเข้าโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนของเจ้าของบ้านทันที หลังเซ็นเซอร์สัญญาณการบุกรุกดังขึ้นกล้องวงจรปิดลักษณะพิเศษจะจับภาพคนร้ายหรือผู้บุกรุกเข้ามาในบ้านทันทีพร้อมบันทึกภาพได้อย่างต่อเนื่องง่ายต่อการตรวจสอบย้อนหลังและนอกจากการติดตั้งระบบความปลอดภัยในบ้านเรือนที่พักอาศัยแล้วในอนาคตจะพัฒนาระบบไปสู่ที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ แหล่งชุมชนใหญ่ที่เป็นศูนย์รวมเส้นทางการคมนาคมและเกิดเหตุร้ายบ่อย เช่น อนุสาวรีย์ชัยฯ สวนจตุจักร หากเกิดเหตุวิ่งราวทรัพย์ ประชาชนไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่รู้จะแจ้งใครสามารถกดปุ่มแจ้งเหตุได้ทันทีในจุดที่วางระบบมิราเคิลอายส์ไว้ สามารถบันทึกภาพได้ ให้ตำรวจรู้และไปตรวจสอบระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว" พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าว
รองผบช.น. บอกด้วยว่า นอกจากความร่วมมือกับบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) แล้ว บช.น.ยังได้ขยายความร่วมมือไปยังบริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) บริษัท 3BB และบริษัททรู เพื่อร่วมเป็นโครงข่ายในการสื่อสาร ทำให้ระบบมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชนอย่างเต็มที่



