
บทเรียนไมโครโฟนฉาว
บทเรียนไมโครโฟนฉาว : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 12 กันยายน 2557
แม้ว่า เอกชนผู้รับเหมาปรับปรุงห้องเลขที่ 501 อาคารบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นห้องประชุมคณะรัฐมนตรี โดยความรับผิดชอบของกรมโยธาธิการและผังเมือง จะยอมลดราคาและปรับสเปกอุปกรณ์บางอย่างที่มีราคาแพงมากลง เช่น ไมโครโฟน DCNM-MMD จากราคาชุดละ 145,000 บาท เหลือ 94,250 บาท และจอมอนิเตอร์เพื่อประกอบวิดีโอวอลล์ จากเดิมใช้ระบบแสดงภาพแบบพลาสมา มาเป็นแบบแอลอีดี ที่ประหยัดและทันสมัยกว่า ซึ่งสามารถลดการใช้เงินงบประมาณลงไปได้ทั้งหมดกว่า 14 ล้านบาท ตามโครงการปรับปรุงอาคารบัญชาการ 1 และ 2 แล้วก็ตาม แต่กรณีที่เกิดขึ้น ย่อมเป็นธรรมดาอยู่เองที่สังคมจะต้องเกิดความเคลือบแคลงสงสัย ทั้งเรื่องของราคาที่แพงแต่ต่อรองลงมาได้จำนวนมาก เหมือนกับว่า ถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้น รัฐก็ต้องเสียเงินไปฟรีๆกว่า 14 ล้านบาท และยังเรื่องความจำเป็นของการใช้งานอีกต่างหาก
กล่าวสำหรับราคาสินค้า ไม่ว่าจะยกแม่น้ำทั้งห้า หรืออมพระมาพูดว่า ราคาไมโครโฟนชุดละ 145,000 บาท เป็นราคาปกติของสินค้าจำพวกนี้ คงจะหาคนเชื่อยาก แต่ในอีกด้านหนึ่ง เป็นที่ทราบกันดีว่า สินค้าใช้เฉพาะกลุ่ม เฉพาะทาง หรือที่เรียกว่า โปรเฟสชั่นแนล โปรดักท์ และสินค้าจำพวกคุณภาพสูงสุดยอด หรือไฮ-เอนด์ จะมีราคาแพงกว่าสินค้าทั่วไป หรือ แมสโปรดักท์ แต่ราคาที่แตกต่างกันอย่างมากนั้น ก็ต้องขึ้นกับประสิทธิภาพและฟังก์ชั่นต่างๆ ในการใช้งานในสัดส่วนที่พอเหมาะพอควรด้วย หากแต่ไมโครโฟน และจอแสดงผลแบบวิดีโอวอลล์ตามราคาดังกล่าวมานั้น ไม่น่าจะสมเหตุสมผลในสายตาของคนทั่วไป แม้จะมีคำอธิบายเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างละเอียดมาแล้วก็ตาม
ที่ผ่านมาหลายสิบปี สำนักนายกรัฐมนตรี ต้องจ่ายเงินงบประมาณไปแล้วจำนวนมาก เพื่อการปรับปรุงห้องประชุมคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะตัวอย่างเมื่อครั้งรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ สมัยปี 2532 ที่มีดำริจะสร้างห้องประชุมคณะรัฐมนตรีให้ทันสมัย เหมาะสมสำหรับการใช้งานการประชุม สามารถเก็บความลับภายในห้องประชุมได้ จึงว่าจ้างเอกชนเข้ามาลงทุนทั้งระบบ ปรากฏว่า ระบบเสียงที่ได้ว่าจ้างเอกชนติดตั้งไม่สามารถทำงานได้ตามที่อวดอ้าง อีกทั้งยังไม่สามารถสนองตอบการประชุมตามปกติได้ด้วย นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่รัฐบาลเป็นกังวลมากในเรื่องชั้นความลับระดับสุดยอดของประเทศชาติภายในห้องประชุมจะรั่วไหลออกไปภายนอกได้นั้น เมื่อได้ทดสอบหลังการก่อสร้างเพื่อให้เป็นห้องประชุมลับจริงๆ แล้ว ปรากฏว่า ไม่สามารถเก็บความลับได้แม้แต่น้อยตราบเท่าที่ยังมีกระแสไฟฟ้าเข้าไปเกี่ยวข้อง
ว่ากันว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เน้นในเรื่องความมั่นคงปลอดภัย โดยเฉพาะการจัดลำดับชั้นความลับภายในห้องประชุมคณะรัฐมนตรีที่จะต้องมีความมั่นคงสูงสุดเช่นกัน เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ ผู้บริหารบ้านเมือง เป็นอีกคณะหนึ่ง การเข้าไปใช้สอยห้องประชุมที่มีอุปกรณ์ต่างๆ ตกทอดมาเหมือนถาวรวัตถุอื่นภายในทำเนียบรัฐบาล คณะผู้บริหารย่อมจะต้องการความมั่นใจเป็นธรรมดาจึงต้องปรับปรุงเสียใหม่ หากแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น รัฐบาลจะต้องตอบคำถามให้ประชาชนหายสงสัยก็คือ มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินจำนวนมากเช่นนั้นหรือ อีกทั้งเมื่อลงทุนไปแล้วจะคุ้มค่าหรือมีข้อรับประกันใดว่าจะไม่สูญเปล่าอย่างในอดีตหรือไม่



