คอลัมนิสต์

‘ไมค์แพง’ต้องคสช.ตอบเอง

‘ไมค์แพง’ต้องคสช.ตอบเอง

09 ก.ย. 2557

‘ไมค์แพง’ต้องคสช.ตอบเอง : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา

                ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เมื่อมีอำนาจแล้วจะก้าวผ่านเรื่องผลประโยชน์ การถือกำเนิดขึ้นมาของ คสช.ก็ไม่อาจหนีเรื่องเหล่านี้ได้พ้น

                แต่ไม่ได้หมายความว่า คสช.จะไม่สามารถก้าวผ่านเรื่องราวลักษณะนี้ได้ เพียงแต่ว่า ไม่ว่าจะเป็น คสช. หรือใครก็แล้วแต่ เมื่อก้าวขึ้นมามีอำนาจในการบริหารประเทศ ก็ไม่อาจหลีกหนีเรื่อง "ผลประโยชน์" ที่ดูจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปเสียแล้วสำหรับสังคมไทย

                เพียงแต่ คสช.นั้นมีมาตรฐานที่ตั้งเอาไว้สูง จนผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ต่างพากันคาดหวังว่า คสช.จะไม่เป็นเพียงแค่ "ตัวอย่าง" ให้แก่รัฐบาลหน้า หากแต่จะเป็นผู้วาง "รากฐาน" อันแข็งแกร่งให้สังคมรังเกียจการโกงทุกรูปแบบ

                การเข้ามาจัดการการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จึงได้รับเสียงไชโยโห่ร้องกันเต็มไปหมด

                เช่นเดียวกับการพูดถึง สมาชิกองค์กรปกครองท้องถิ่นบางราย ถึงจะทำนองแดกดัน "คางคกขึ้นวอ" นั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส แต่กลับถามหากะปิ น้ำปลา แต่ก็แทบไม่มีคนไม่เชื่อว่ามีเรื่องอย่างนั้นจริงๆ

                หรืออย่างเปรียบเทียบงบฯ ศึกษารถไฟรางคู่ มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ารัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นครึ่งต่อครึ่ง ก็ยิ่งปลื้มรัฐบาลที่มาจากการ "ยึดอำนาจ"

                เผลอๆ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีไปสัก 3 ปี 4 ปี ก็คงจะยอมรับกันได้เลยกระมัง

                สิ่งเหล่านี้เป็นภาพที่ทำให้รัฐบาล คสช.เก็บเกี่ยวคะแนนนิยมมาโดยตลอด

                แต่แล้วก็เหมือนฟ้าผ่ากลางฤดูหนาว เพราะแค่อยากจะโชว์ความพร้อมของห้องประชุมสุดไฮเทคของ ครม. แล้วดันไปมีการกระซิบกระซาบว่า ไมโครโฟนล้ำยุค เพราะมีทั้งเสียงทั้งภาพนั้น ราคาพรวดไปที่ตัวละ 1.45 แสนบาท

                ก็เข้าใจอยู่ว่า ลงได้ชื่อว่า "ทหาร" แล้วระบบการรักษาความปลอดภัยจะต้องสูงสุด โดยเฉพาะในเรื่องของ "ชั้นความลับ"

                เพราะต้องไม่ลืมว่า รัฐบาลทหารที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ และต้องใช้ห้องประชุมทำเนียบรัฐบาลนั้นเป็นที่เดียวกับรัฐบาลพลเรือนที่คณะนายทหารชุดนี้ไปยึดอำนาจมา

                และต้องไม่ลืมว่า เอกชนที่สนับสนุนรัฐบาลมานับสิบปี ก่อนที่ คสช.จะยึดอำนาจนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในเรื่องของระบบโทรคมนาคม

                นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คสช.ต้องสั่งยกเครื่องทำเนียบรัฐบาลครั้งใหญ่

                ในแง่มุมเรื่องความมั่นคง การลงทุนไปกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ดูจะ "เว่อร์" หรือ "ทำเกิน ทำเผื่อ" ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือเป็นเรื่องที่ยอมรับกันไม่ได้ เพราะรับรู้กันมานานแล้วว่า "ข่าวสารคืออำนาจ"

                แต่การทุ่มงบประมาณไปกับเทคโนโลยีที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยในระบบข้อมูลข่าวสาร มันก็ต้องสามารถอธิบายกันด้วยหลักของเหตุและผล เพื่อแสดงให้เห็นว่า การทุ่มเงินซื้อเทคโนโลยีเหล่านั้น มันจำเป็นต้อง "ล้ำหน้า" กว่าเอกชนด้วยเพราะเหตุใด

                ดูเหมือนเรื่องนี้จะเข้ากับสุภาษิต "กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้" เพราะยังไม่ทันที่ข้อมูลเหตุผลเรื่องสเปกของกับราคา จะออกมาอย่างไร ก็ดันไปบอกว่า ที่เอามาติดตั้งนั้นราคายังต่อรองกันได้ ทั้งที่ฝ่ายที่ร้องให้มีการตรวจสอบเขาตั้งคำถามนี้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างกัน แล้วเอามาติดตั้งได้อย่างไร

                ถึงเรื่องนี้จะมอบหมายให้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ดูแล และไม่มีใครเชื่อว่า ม.ล.ปนัดดา จะมีนอกมีใน แต่พอเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น คนเขาไม่อยากฟังจากปาก ม.ล.ปนัดดา เท่าไหร่หรอก เขาอยากรู้ว่า คสช. โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ นั่นแหละ จะว่าอย่างไร

                ก็ในเมื่อจะ "วางมาตรฐาน" เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลหน้า แล้วจะปล่อยให้เรื่องขี้หมา มาทำลายแผนการใหญ่ได้อย่างไร

                ไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับ คสช. นอกจากออกมาพูดและทำเพื่อสร้างความเชื่อมั่น เพราะวันนี้ ถ้าจะนับ ก็แค่ "ก้าวแรก" เท่านั้น

................................

(หมายเหตุ : 'ไมค์แพง'ต้องคสช.ตอบเอง : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา)