
ประชากรพม่าหายไปสิบล้านคน
ประชากรพม่าหายไปสิบล้านคน : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ย่างกุ้ง-สถิติล่าสุดจากการสำรวจประชากรพม่า เปิดเผยว่า พม่ามีเพียง 51.4 ล้านคน จากการสำรวจสำมะโนครัวในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ตัวเลขนี้เท่ากับว่า ประชากรพม่าหายไป 10 ล้านคน เพราะคนทั่วๆ ไปเชื่อว่า พม่ามีประชาชนอย่างน้อยๆ 60 ล้านคน มันเป็นตัวเลขที่ใช้กันในอดีตและปัจจุบัน
พม่ามีประชากรจำนวนนี้ถือว่าเป็นประเทศมีตลาดเล็ก แต่มีพื้นที่ใหญ่กว่าไทยถึงหนึ่งเท่าครึ่งทำให้บริษัทใหญ่ๆ ที่เข้ามาลงทุนในพม่าต้องประเมินและทบทวนยุทธศาสตร์การลงทุนใหม่ เนื่องจากจำนวน 10 ล้านคนที่หายไปนั้น ถือว่าเป็นตัวเลขช่องโหว่ใหญที่สำคัญต้องนำมาคำนวณใหม่
จำนวนประชากรพม่าล่าสุดไม่ได้นับคนพม่าโพ้นทะลและชาวโรฮิงญาในต่างประเทศ ในประเทศไทยมีแรงงานพม่าอยู่ถึง 3-4 ล้านคน ที่ไม่ได้สำรวจ ที่เหลือเกือบ 5 ล้านคน อยู่ทั่วโลกทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป
รัฐบาลพม่าให้เหตุผลว่า การสำรวจครั้งนี้มีข้อจำกัดมาก บางพื้นที่ในประเทศโดยเฉพาะรอบตะเข็บติดต่อกับชายแดนจีน ทางการยังเข้าไม่ถึง เป็นบริเวณที่มีชนกลุ่มน้อยติดอาวุธอาศัยอยู่ จึงต้องวิธีการคาดคะเนจำนวนชนกลุ่มน้อย
ในระหว่างชนกลุ่มน้อยด้วยกัน มีกลุ่มคะฉิ่นที่ติดกับจีนที่มีคนอยู่ต่างประเทศมากที่สุด คาดกันไว้ว่ามีคนชนชาติคะฉิ่นเกือบ 1 แสนคน อาศัยอยู่ในมาเลเซีย ส่วนในประเทศไทยยังคงเป็น มอญ ไทยใหญ่ และกะเหรี่ยง
การที่ต้องออกตัวเลขจำนวนประชากรมาก่อน เพราะว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาเหลือเกินว่ารัฐบาลพม่ากำลังจะนำตัวเลขล่าสุดไปกำหนดยุทธศาสตร์เลือกตั้งในปลายปีหน้า
ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบสามสิบปีที่พม่ามีการสำรวจประชากร การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจหรือสังคมแห่งชาติในระยะยาว ยิ่งในช่วงที่ต่างชาติต้องการเข้ามาลงทุน มีความจำเป็นต้องเข้าใจสภาพสังคม สิ่งแวดล้อมต่างๆ ของประชาชน
ในปี 1872 พม่ามีประชากรเพียง 2.7 ล้านคนเท่านั้น ในปี 1901 เพิ่มเป็น 10.1 ล้านคน ต่อมาอีก 20 ปี พม่ามีพลเมืองเพิ่มเป็น 32.1 ล้านคน ในปี 1983 พม่ามี 35.3 ล้านคน เรียกได้ว่าคนพม่ามีคนเพิ่มเร็วมาก ทำให้มีคนหนุ่มสาวมากเป็นคนส่วนใหญ่ (ไทยเราเป็นสังคมสีเทาไปแล้ว)
ตามสถิติล่าสุดหัวเมืองสองเมืองมีประชาชนมากกว่า 1 ล้านคน เมืองย่างกุ้งมีคนอยู่ ถึง 5.2 ล้านคน ถือว่าเป็นเมืองใหญ่แห่งหนึ่งในอาเซียน ส่วนมัณฑะเลย์มี 1.2 ล้านคน เมืองหลวงเนปิดอว์มีเพียง 1.1 ล้านคนเท่านั้น จึงไม่แปลกที่ทั้งเมืองย่างกุ้งและเมืองมัณฑะเลย์จะเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตของพม่า เนื่องมีจำนวนคนและเส้นทางโลจิสติกส์ที่ดี
การเลือกตั้งในปีหน้าในพม่าจะดุเดือดเผ็ดมันแน่นอน เพราะทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านพยายามจะเอาชนะใจคนทั้งประเทศ พรรคของนางออง ซาน ซูจี เริ่มรณรงค์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดโอกาสให้เธอได้เป็นประธานาธิบดีให้ได้ ทางฝ่ายค้านมั่นใจมากว่าจะชนะเสียงข้างมาก อาทิตย์ที่แล้วสามารถล่าลายเซ็นได้กว่า 5 ล้านคน เพื่อขอให้สภายอมรับข้อเสนอนี้
ประชาชนที่อยู่ในเขตชนกลุ่มน้อยอาจจะอ่านใจลำบาก เพราะไม่รู้ว่าจะสนับสนุนพรรคพวกตัวเองหรือพรรคฝ่ายค้าน เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีกว่าในการเลือกตั้งซ่อมในเดือนเมษายน 2012 นั้น ฝ่ายค้านกวาดหมดทุกท้องที่ยกเว้นในเขตชนกลุ่มน้อย
มีโอกาสเป็นไปได้ที่พรรคชนกลุ่มน้อยต่างๆ อาจจะได้รับคะแนนเสียงมากขึ้น ถ้าข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศระหว่างกองทัพพม่ากับชนกลุ่มน้อยติดอาวุธสำเร็จได้เมื่อไร โอกาสพรรคการเมืองชนกลุ่มน้อยจะสามารถหาเสียงจะมีมากขึ้น
ผู้เขียนได้พูดคุยกับผู้แทนของชนกลุ่มน้อยต่างๆ ที่ร่างกุ้ง ส่วนใหญ่ไม่ไว้ใจทหารพม่า ทั้งที่การปฏิรูปที่ทุกๆ คนชมที่ผ่านมา 3 ปีกว่านั้น มาจากความริเริ่มทหารที่พวกเขาไม่ไว้ใจทั้งสิ้น
คนพม่าที่อยู่ในไทยและตามแถวชายแดน อาจจะเดินทางกลับไปภูมิลำเนาตัวเอง เนื่องจากสถานการณ์การเมืองความมั่นคงดีขึ้น อาจจะทำให้ผลการเลือกตั้งในปลายปีหน้าพลิกผันก็ได้



