คอลัมนิสต์

เละจนเลอะเทอะ

เละจนเลอะเทอะ

03 ก.ค. 2552

การเมืองยุคนี้มีหลากหลายมิติ เหมือนหนังไทยยุค 16 มม. มีทั้งบู๊ รัก โศก ตลก โปกฮา ครบทุกรส สร้างให้ผู้ชมรู้สึกว่าคุ้มค่าเงิน ใครชอบรูปแบบใดตอบสนองได้ทุกเพศ ทุกวัย

 นับตั้งแต่ปี 2475 การเมืองไทยเหมือนหนังไทย หรือละครน้ำเน่า เป็นวงการหนึ่งซึ่งพัฒนาล่าช้า มีไม่กี่ร้อยคนเวียนว่ายอยู่ในวงการ จนชาวบ้านเบื่อหน้าหรือตายจากไป

 เหลือเชื่อว่าโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล 3จี เกือบจะสร้างอาณานิคมในอวกาศ แต่การเมืองไทยยังจมปลัก ไม่ไปไหน ประชาชนต้องยอมทน เหมือนไม่มีทางเลือก ถ้ามีการเลือกตั้ง นักการเมืองบริหารบ้านเมือง ตัวเอง ครอบครัวเครือข่ายสมุนร่ำรวย แม่ทัพนายกองทนนับขวดอย่างเดียวไม่ไหว ขอรวยบ้าง ก็ขับรถถังออกมารัฐประหาร

 จากเล่นการเมืองแล้วรวย รัฐประหารแล้วรวย จนถึงยุคสู้แล้วรวย จะสู้ตลอดไปตราบใดที่เศรษฐีลี้ภัยยังดูแลท่อน้ำเลี้ยงไม่ให้ชำรุด เจ้านายยอมจ่ายเงินให้พากลับบ้าน เพราะไม่อยากเหี่ยวตายในทะเลทราย อดกินคะน้าหมูกรอบ จนฝันเลอะเทอะเฟอะฟะ

 ล่าสุดใครไม่รู้กินข้าวอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำ ไอเดียกระฉูด เสนอว่าให้แกนนำเสื้อแดงฉายา “ไข่เยี่ยวม้าดำ” ได้สัมภาษณ์ลองภูมิเด็กมาร์คในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย

 เป็นการเกทับบลัฟแหลก แหกประเพณีหรืออย่างไรไม่ทราบ หลังจากลองเชิง เล่นคำพูดสวนกันไป โต้กันมาสร้างความน่าเบื่อก่อนเลี่ยนหนัก แกนนำเสื้อแดงตัดสินใจไม่เล่นเกมด้วย คงกลัวเสียเปรียบ จะทำให้เจ้านายคนหนีคุกพลาดท่าเสียเหลี่ยมเช่นกัน

 เด็กมาร์คถูกมองว่ามีชัยเล็กน้อยจากเกมเล่นเหลี่ยม ชาวบ้านมองว่าแกนนำเสื้อแดงเป็นพวกตาขาว ปอดลอย เพียงแค่รู้ว่าถ้าไม่สัมภาษณ์สด ก็ไม่ยอม ค่ายสะตอก็พอกัน ไม่ยอมให้เฉือน โต้คารมกันสดๆ เกรงว่าจะถามลามปาม วางมวยกันซะก่อน

 การบริหารบ้านเมืองด้วยการโต้วาที น่าจะดีอย่างเดียว คือปราศจากความรุนแรง เผาบ้านเผาเมือง แสดงสติปัญญาจากคารมคมคาย ใครพูดมากกว่า เข้าท่า มีลูกเหน็บทะลวงใจ ย่อมเรียกเสียงฮือฮาจากพวกนิยมเกมซาดิสต์ เห็นคนโดนเชือดคาจอทีวี

 แต่ไม่ทำให้บ้านเมืองก้าวหน้า ตราบใดที่การโต้คารมยังเวียนวนอยู่กับการเอาชนะคะคาน การเมืองไร้หลักการ มีแต่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์อย่างไร้ยางอาย

 การเสนอให้แกนนำเสื้อแดงออกทีวี ตั้งคำถามเด็กมาร์ค แต่ถูกปฏิเสธ ทำให้คนเสนอความคิดต้องเร่หาคนดังมาร่วมรายการ แม้แต่ว่าที่หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ยังมีชื่อกับเขาด้วย แต่ตัวแทนรีบบอกปัด เพราะไม่รู้วัตถุประสงค์ว่าจะทอล์กโชว์เพื่ออะไร

 ถ้าจะให้ดี ต้องมีการดวลกันตัวต่อตัวระหว่างเด็กมาร์คกับคนหนีคุกลี้ภัยในดูไบ จะถกกันข้ามทวีปเหมือนการดีเบตระหว่างคู่แข่งชิงประธานาธิบดีเมืองมะกัน ว่ากันสดๆ ไม่ต้องเตี๊ยมกันล่วงหน้า ให้เวลาเท่ากัน ต้องตอบคำถามจากกลุ่มสื่อ และถามกันโดยตรงด้วย แบบนี้เศรษฐีคนชอบจ้อเดี่ยวคงไม่กล้าดวลฝีปากกับเด็กมาร์คแน่ๆ  

 ชาวบ้านจะได้รู้ว่าระหว่างศิษย์เก่าออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ กับอดีตเด็กมงฟอร์ตของเชียงใหม่ เมืองข้าวซอยและแหนมป้าย่น ใครจะเจ๋งกว่ากันด้านลูกล่อลูกชน

 ถ้ากลัวเสียเปรียบด้านอายุ ความสด ให้เด็กมาร์คพูดภาษาปะกิต แล้วให้ศิษย์มงฟอร์ตอู้กำเมือง คนหนีคุกจะได้ไม่ต้องมีข้ออ้างว่าพูดไทย อังกฤษไม่คล่องนิ! อิอิอิ!!!