
อาร์มี่ฯคอนเนกชั่น
อาร์มี่ฯคอนเนกชั่น : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
รายชื่อคณะรัฐมนตรี "ประยุทธ์ 1" ไม่ได้มีอะไรให้สื่อมวลชนวิพากษ์วิจารณ์มากมายเหมือนการตั้งคณะรัฐมนตรีของ "นักเลือกตั้ง" เพราะรู้อยู่แล้วว่า รัฐบาลในสถานการณ์พิเศษก็หนีไม่พ้น "รัฐบาลของรัฐราชการ"
กว่าร้อยละ 90 ของ ครม.ประยุทธ์ 1 จึงประกอบด้วยข้าราชการทหาร ตำรวจและพลเรือน ทั้งที่เกษียณและไม่เกษียณอายุราชการ
มีข้อมูลที่น่าสนใจ สองรัฐมนตรีป้ายแดงคือ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีแรงงาน และพล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้ทั้งคู่เป็นผู้อำนวยการสโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด โดย พล.อ.สุรศักดิ์ เป็น ผอ.อาร์มี่ฯ คนแรก และพล.ท.สุรเชษฐ์ เป็น ผอ.คนปัจจุบัน
นอกจากกอล์ฟแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ครั้นได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก "บิ๊กตู่" จึงมีนโยบายปรับเปลี่ยนโครงสร้างสโมสรทหารบก และเปลี่ยนชื่อจากเดิมเป็น "อาร์มี่ ยูไนเต็ด" เพื่อก้าวสู่การเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว
ทีมสโมสรทหารบก ฉายา "วงจักรพิฆาต" เป็นทีมฟุตบอลที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการฟุตบอลไทย ในยุคการแข่งขันฟุตบอลถ้วย ก. ถือว่าเป็นลีกสูงสุดของไทย ทีมทหารบก หรือ "วงจักรพิฆาต" ก็เป็นทีมลูกหนังแถวหน้า มีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้ทีมราชวิถี, ทหารอากาศ, ราชประชาฯ, ท่าเรือ และธนาคารกรุงเทพ
ปี 2554 พล.อ.ประยุทธ์ สั่งรีแบรนด์ "วงจักรพิฆาต" เป็น "สุภาพบุรุษวงจักร" หรือสโมสรฟุตบอลอาร์มี่ ยูไนเต็ด โดยตัวเขานั่งแท่นเป็นประธานสโมสร และ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ (เพื่อนรักของบิ๊กตู่) เป็นผู้อำนวยการสโมสร
เมื่อกองทัพบกต้องการสร้างทีมฟุตบอลอาชีพ เพื่อการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก จึงต้องใช้งบประมาณในการทำทีม ลำพังเงินอุดหนุนจากกองทัพไม่พอใช้จ่ายแน่นอน
ทีมอาร์มี่ฯ จึงได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน อาทิ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และบริษัท อเมริกันอินเตอร์เนชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด
เมื่อปีที่แล้ว "เจ้าสัวคิงเพาเวอร์" วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมดังจากเกาะอังกฤษ ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับอาร์มี่ ยูไนเต็ด เพื่อยกระดับ และพัฒนาศักยภาพของทีมฟุตบอลไทย โดยสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ได้เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ด้านฟุตบอล ทั้งด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา, กายภาพ และจิตภาพ รวมถึงส่งบุคลากรมาช่วยเหลือเป็นอย่างดีในทุกด้าน และเปิดโอกาสให้บุคลากรของทีมอาร์มี่ ยูไนเต็ด ได้ไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษ
ก่อนเกษียณอายุราชการ "บิ๊กตู่" วาดหวังที่จะให้ทีมอาร์มี่ฯ ติด 1 ใน 3 ทีมหัวตารางไทยพรีเมียร์ลีก แต่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน
ตรงกันข้าม ผู้บริหารทีมสองคนกลับได้ดีเป็นรัฐมนตรี ในรัฐบาลที่มีประธานอาร์มี่ฯ เป็นนายกรัฐมนตรี
นับจากสิ้นเดือนกันยายนเป็นต้นไป ต้องรอดูว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ว่าที่ ผบ.ทบ. และประธานสโมสรคนใหม่ จะมีแนวทางทำทีมอาร์มี่ฯ อย่างไร?
3-4 ปี บนเส้นทางของสุภาพบุรุษวงจักร คึกคักด้วยใจรัก ใจชอบของ "บิ๊กตู่" และจากนี้ไปก็ต้องรอแนวทางสร้างทีมของนายพลแก้มบุ๋ม



