คอลัมนิสต์

รัฐบาล'พตท.'

รัฐบาล'พตท.'

03 ก.ย. 2557

รัฐบาล'พตท.' : ขยายปมร้อน โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

             ที่สุดก็เข้าสู่ช่วงที่สองตามแผนการของ คสช. กล่าวคือ มีรัฐบาลในรูปแบบปกติ เข้ามาบริหารประเทศ แทนที่จะเป็นการบริหารโดย คสช.เหมือนที่ผ่านๆ มา

             หน้าตาคณะรัฐมนตรีที่ออกมานั้น เรียกได้ว่าไม่เหนือความคาดหมายเท่าไหร่นัก เพราะต้องยอมรับว่า นาทีนี้ “ตัวเลือก” ของ คสช.มีอย่างจำกัดจำเขี่ย ด้วยความที่อยู่ในสถานการณ์ยึดอำนาจ ทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะกระโดดเข้ามาร่วมวง เนื่องจากกลัวติดร่างแหไปด้วย แม้จะเป็นคนดีมีฝีมือก็ตาม

             ประการต่อมาคือ ด้วยภาระงานที่ คสช.วางรูปแบบเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องทำหรือไม่ทำอะไร รวมทั้งเวลาที่ค่อนข้างน้อย ทำให้การเลือกคนที่จะมาใช้งานต้องอยู่ในภาวะที่ไว้ใจอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเข้าใจในภารกิจของ คสช.

             ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นคนที่รายล้อม คสช. หรือมีบทบาทหน้าที่อยู่ตั้งแต่การปกครองในระยะที่หนึ่งเข้ามาร่วม ครม.ครั้งนี้เป็นจำนวนมาก และแน่นอนว่า ในนั้นย่อมตั้งมีขุนทหารคู่ใจที่เคยจับมือเคียงบ่าเคียงไหล่ ร่วมยึดอำนาจมาด้วยกัน เพราะนาทีนี้คำว่า “ไว้ใจ” อาจมาเหนือสิ่งอื่นใด

             ส่วนข้อสังเกตเรื่องข้าราชการทั้งในและนอกเครื่องแบบที่มีเป็นจำนวนมากนั้น ก็ไม่ได้ผิดแผกไปจากที่คิดแต่อย่างใด เพราะดูที่ผ่านมาตั้งแต่การใช้กฎอัยการศึก ก่อนยึดอำนาจก็เห็นแล้ว “คสช.” คิดว่าข้าราชการสามารถขับเคลื่อนประเทศไปได้อยู่แล้ว เราจึงเห็นผลตามมาว่า ระยะที่หนึ่งของการปกครองจะใช้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่รัฐมนตรี และไม่เร่งร้อนในการตั้งรัฐบาลตามแบบฉบับปกติ โดยลากยาวจนเกือบจะเข้าเดือนที่ 4 ของการทำงาน

             แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “รัฐบาล พตท.” (พลเรือน ทหาร ตำรวจ) แบบนี้จะมีประสิทธิภาพเพียงใด เพราะภาพเมื่อครั้ง “รัฐบาลขิงแก่” ยังคงจำติดอยู่ในใจคนไทย

             ตอนแรกหลายคนคิดว่า “ขิงแก่” ยิ่งทำงานจะยิ่ง “เผ็ดร้อน” ให้คนสูดปาก แต่ผ่านไปๆ เราได้เห็นบทบาทที่ไม่ต่างอะไรไปจากข้าราชการประจำ จนหลายคนเริ่มไม่เห็นความหวังกับการบริหารราชการแผ่นดิน

             รัฐบาลชุดนี้จึงควรดูบทเรียนในอดีตไว้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะแม้จะเป็นเพียงรัฐบาลเฉพาะกาล รอการปฏิรูปเพื่อให้รัฐบาลใหม่เข้ามาเดินหน้าขับเคลื่อนรัฐนาวาต่อ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดทุกอย่างไว้กับที่ เพราะโลกทุกวันนี้แค่ “หยุด” ก็เท่ากับ “ถอยหลัง” แล้ว เนื่องจากทุกประเทศกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

             แต่ดูแล้วเราอาจจะคาดหวังกับความเป็นรัฐมนตรีชุดนี้ค่อนข้างยาก พอๆ กับที่เราคาดหวังเรื่องการคานอำนาจรัฐบาลจาก “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ”

             เราได้เห็นกันมาหลายครั้งแล้วว่า คนที่ทำงานร่วมกับ คสช.นั้น โดยมากจะมีบุคลิกออกไปทาง “ลูกขุนพลอยพยัก” ยากที่จะหาคนขัดคอ เพราะแม้แต่ใน สนช.เราก็ได้เห็นมติเอกฉันท์ในแทบทุกครั้ง แล้วในคณะรัฐมนตรีจึงอาจจะห็นแบบเดียวกัน

             ดังนั้นพระเอกจึงไม่ใช่รัฐมนตรีทั้ง 32 คน หากแต่บทบาทนี้จะตกเป็นของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่นาทีนี้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. และ ผบ.ทบ. ที่จะรังสรรค์ วางรูปแบบแบบแผนประเทศไปในทางที่ท่านหวัง แต่หากผิดพลาดย่อมหมายถึงพระเอกคนนี้จะต้องแบกรับภาระความกดดันทั้งหมดไว้เพียงคนเดียว

             อีกหนึ่งประการที่พึงระวังไว้ให้ดีคือ คนที่ทำงานให้ คสช. หรือคนที่เป็น คสช. เสียเอง จะสามัคคีกันอย่างฉากหน้าที่ทำให้เห็นหรือไม่ เพราะมีคนบางคนที่ยังคงแก่งแย่งชิงดี ไม่อยากเห็นใครอีกคนก้าวหน้ากว่าหรือมีบทบาทสูงกว่า หากย้อนไปดูประวัติที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่า ใครมีพฤติการณ์ดังกล่าวบ้าง และอาจต้องคาดการณ์ว่าเขาจะทำอะไรลงไปได้บ้าง

             เราอาจจะได้เห็นฝีมือการบริหารคนของ “พล.อ.ประยุทธ์” เพราะจากนี้จะเป็นของจริงล้วนๆ

----------------------------

(หมายเหตุ : รัฐบาลพตท. : ขยายปมร้อน   โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)