คอลัมนิสต์

ตำรวจขายยา

ตำรวจขายยา

03 ก.ย. 2557

ตำรวจขายยา : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

             ตำรวจขายยาเสพติดสร้างความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีขององค์กรตำรวจอย่างมาก ผู้นำตำรวจต้องยอมรับว่า ปรากฏการณ์ตำรวจขายยาที่ถูกนำเสนอต่อสังคมในห้วงเวลานี้ มิใช่เป็นปรากฏการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หากแต่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?

             ความเลวของตำรวจ...นี่คือเรื่องเฉพาะส่วนบุคคลเป็นความดี ความชั่วร้ายส่วนบุคคลใช่หรือไม่ ?

             หลงผิด...เราจะมีคำตอบแห่งสาเหตุที่มาของพฤติกรรมที่สร้างความเสื่อมแห่งศักดิ์ศรีเกียรติภูมิขององค์กรที่มีตำรวจ 2 แสนกว่าชีวิต เพียงคำตอบว่า หลงผิด เท่านั้นหรือ ?

             ถึงเวลาหรือยังที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะแก้ปัญหานี้อย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีข้อจำกัดที่มากมายก็ตาม ทำอย่างไรที่จะทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรักษาศักดิ์ศรีแห่งความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างสมเกียรติสมศักดิ์ศรีของความเป็นสุภาพบุรุษผู้พิทักษ์

             หากจะพิจารณาว่า การเปลี่ยนสถานะจากตำรวจ กลับต้องมีสถานะเป็นโจร

             การกลับกลายมาเป็นผู้ต้องหายาเสพติด จากเดิมที่เป็นมือปราบยาเสพติดชนิดที่ว่าเหล่าบรรดาผู้ค้าและผู้เสพรายใหญ่แค่ได้ยินชื่อก็หนาวไปถึงขั้วหัวใจนั้น เกิดขึ้นจากปัจจัยผลัก 3 ประการ คือ 1.ความไม่เข้มแข็งแห่งจิตใจที่อ่อนไหวต่อสิ่งล่อใจ กระตุ้นเร้ากิเลสของตำรวจแต่ละนาย (เรื่องบุคคล) 2.ความไม่มีประสิทธิภาพของระบบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการสนับสนุนส่งเสริมการปฏิบัติงานของคนทำงานในด้านนี้ 3.แรงผลักที่เกิดขึ้นจากความบกพร่องอ่อนแอของระบบความดีความชอบ...ประเภททำดีไม่ได้ดี หากไม่มีพลังของตั๋วและตังค์

             ดิฉันขับรถด้วยความเร็วสูงสู่พื้นที่เป้าหมายต่างอำเภอ นายตำรวจนั่งด้านหน้าคู่กับดิฉันโทรศัพท์สั่งการเป็นระยะ แผน “ล่อซื้อ” ถูกสั่งและปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ทุกคนถูกกำชับให้ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดและรายงานตรงต่อหัวหน้าทีมเท่านั้น ในที่สุดทีมของเราสามารถจับกุมผู้จำหน่าย ยาเสพติดเป้าหมายได้สำเร็จหลังจากที่ทำงานอย่างหนักและต่อเนื่องนานกว่าสองสัปดาห์

             นายตำรวจพูดกับดิฉันด้วยอารมณ์ไม่พอใจว่า “อาจารย์คุยกับมันนะ พี่ไม่คุย เดี๋ยวห้ามใจไม่ไหว รู้มั้ย พอล็อกตัวมันได้ มันพูดว่าอะไร มันบอก ผมขอเคลียร์” เด็กหนุ่มอายุเพียง 19 ปี จำหน่ายยาเสพติดระดับงานมัด มีเงินสดผ่านมือแต่ละวันในหลักแสน แสดงสีหน้าเรียบเฉยไม่สะทกสะท้าน เขาบอกว่าเตรียมใจไว้แล้วว่าสักวันต้อง “เกม” คำบอกเล่าที่ถ่ายทอดสู่ดิฉันไม่แตกต่างจากความรู้ที่ผ่านมา การขอเคลียร์ในขั้นตอนการจับกุมนั้นเป็นยุทธวิธีง่ายที่สุด “ผมไม่คิดว่า เขาจะโกรธ ครั้งที่แล้วที่ผมเกม ผมก็เคลียร์นะแต่ว่าเคลียร์ช้าต้องเคลียร์กับอัยการ ผมก็คิดว่าถ้ารีบเคลียร์กับตำรวจเลย มันจะได้ไม่ยุ่งยาก” วิถีการเคลียร์ไม่ได้สิ้นสุดเฉพาะองค์กรตำรวจเท่านั้น ดังนั้น ถ้าตำรวจไม่รับเคลียร์ตำรวจก็จะไม่ได้รับผลประโยชน์ในส่วนนี้และมีโอกาสสูงที่จะเหนื่อยเปล่า

             "วัฒนธรรมการเคลียร์" ก่อร่างสู่วิธีคิดของเยาวชนผู้กระทำผิด โดยให้ความหมายว่า เป็นความสมเหตุสมผล สำหรับการจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ในห้วงเวลาที่ยังไม่เกม พวกเขาจะเร่งทำยอดจำหน่ายให้ได้มากที่สุดเพื่อสะสมทุนทรัพย์ รวมทั้งสร้างทุนทางสังคมเครือข่ายไว้ช่วยเหลือ “ส่วนใหญ่พวกเราไม่โดนตำรวจในพื้นที่จับหรอก” เกราะป้องกันตัวของพวกเขามีมากมายหลายชั้น หากเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำงานปราบปรามมี “พลัง” ไม่มากพอ พวกเขาก็จะติดกับดัก ตกหลุมพรางสิ่งล่อใจต่างๆ อย่างเช่น เงินสดจำนวนมาก ยาเสพติดของกลางเบื้องหน้าที่ไม่มีผู้รู้เห็น นอกจากผู้กระทำผิดกับผู้จับกุม หากไม่ตกหลุมนี้และยังมีแรง แข็งขืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเผชิญกับดักของกระแสข่าวลือที่ถูกปล่อยออกมาหวังทำลาย การร้องเรียน การไม่ได้รับการพิจารณาความดีความชอบ แม้กระทั่ง คำสั่งย้ายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้นสังกัดของตนเอง

             เส้นแบ่งของการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามที่ดี กับการกลายเป็นโจร นั้นบางมาก นายตำรวจท่านหนึ่งบอกดิฉันเมื่อเราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเรื่องการกระทำผิดของตำรวจเรื่องยาเสพติดว่า “ต้องไม่โลภ” ดิฉันเสนอความเห็นว่า การกระทำของตำรวจเหล่านั้น ไม่ใช่ประเด็นปัญหาตัวบุคคล แต่ตำรวจเหล่านั้นคือ เหยื่อของวัฒนธรรมองค์กรที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องรื้อ-สร้าง (reconstruct) อย่างเร่งด่วน รื้อวัฒนธรรมที่ก่อร่างสร้างให้ตำรวจกลายเป็นโจรและสร้างวัฒนธรรมการหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ กับดักในบริบทการทำงานของตำรวจมีมากมาย ทั้งในรูปแบบสิ่งล่อใจที่เกิดขึ้นเองอย่างธรรมชาติและสิ่งที่เครือข่ายผู้กระทำผิดสร้างขึ้นเป็นกับดัก “ล่อ” หากผู้นำปล่อยให้คนในบ้านของตนเองเรียนรู้ว่า การเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ดีนั้นมีแต่ความเจ็บปวด ผลที่เกิดขึ้นมิได้ตกอยู่เฉพาะข้าราชการตำรวจหรือภาพลักษณ์องค์กรตำรวจเท่านั้น หากแต่กระทบถึงประชาชนและประเทศชาติด้วย ถึงแม้ว่าทางไปสู่เกียรติศักดิ์ไม่อาจประดับด้วยดอกไม้ที่หอมหวนยวนจิต แต่ก็ไม่ควรตีบตัน อ้างว้าง และรางเลือน การสร้างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หรือจะผลักให้ตำรวจต้องกลายโจร จึงขึ้นอยู่กับวิธีคิด วิสัยทัศน์และฝีมือของผู้นำตำรวจไทย