คอลัมนิสต์

คนกุมบังเหียนตำรวจ

คนกุมบังเหียนตำรวจ

03 ก.ย. 2557

คนกุมบังเหียนตำรวจ : บทบรรณาธิการประจำวันที่3ก.ย.2557

             หลังจากการเข้าถวายสัตย์ฯ แล้ว รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของประเทศไทย ก็คงเดินหน้าบริหารประเทศอย่างเต็มตัว เวลาอีกไม่นานตามที่นายกรัฐมนตรีว่าไว้จะประสบผลสำเร็จหรือไม่ นี่คือโฟกัสสำคัญที่ทุกคนกำลังติดตาม ปัญหาภายในประเทศไทยนั้นมีความซับซ้อนอยู่หลายปม ตั้งแต่เกิดวิกฤติทางการเมืองมาร่วมสิบปี การเผชิญหน้ากันระหว่างสองขั้วทางการเมือง การแบ่งแยกสีของคนไทย ที่ดูเหมือนยังไม่สะเด็ดน้ำเลย แม้เวลาจะล่วงมาหลายเดือนแล้ว ภารกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลคือ ทำอย่างไรประเทศจะกลับคืนมาซึ่งความสงบสุข ยังมีปัญหาด้านสังคมอีกมากมาย เรื่องวัยรุ่น เรื่องการศึกษา ที่ดูเหมือนนายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญในละดับต้นๆ สถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหล่านี้ล้วนรอการแก้ไข

             อีกหนึ่งปัญหาของประเทศไทยที่สำคัญและเป็นเหตุผลหนึ่งของการยึดอำนาจคือ การทุจริตคอร์รัปชั่น ในแทบจะทุกส่วนของหน่วยงานราชการ การปฏิรูประบบราชการโดยเฉพาะที่เริ่มปรับโครงสร้างกันตั้งแต่การเข้ายึดอำนาจคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองเกิดปัญหาบานปลายขึ้น เมื่อถูกสังคมมองว่าเข้าไปรับใช้ฝ่ายการเมืองจนเกินไป องค์กรตำรวจถูกยำจนเละ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติถูกย้ายในเวลาไม่นานหลังการเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะว่าไปแล้ว ข้าราชการตำรวจถือเป็นส่วนสำคัญใยการควบคุมสังคม ดูแลกฎหมายด้วยความยุติธรรม แต่มีหลายเรื่องที่กำลังเหมือนไฟไหม้ฟางชัดเจนที่สุดคือ งานจราจร ที่มองคล้ายกับว่าระดับผู้บังคับบัญชาเร่งรัด แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ค่อยเห็นผลเหมือนช่วงแรกๆ ตั้งแต่การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ขับรถเร็ว ใช้โทรศัพท์ จอดกีดขวางการจราจร ปัญหาบ่อนการพนันที่เริ่มผุดหนึ่งท้าทายอำนาจทหาร สถานบริการที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กเข้าไปใช้บริการ

             ยังมีประเด็นการปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะให้ตำรวจมียศกับไม่มียศสองอย่างรวมกัน ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นไม่ง่าย จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน เพราะเจ้าหน้าที่ที่รวมร่วมร่างโครงสร้างนี้ยังคงพิจารณาแนวทางกันอยู่ว่าจะออกมาอย่างไร หากไม่ชัดจะมีปัญหาในทันที เนื่องจากธรรมชาติคนที่มาเป็นตำรวจแม้เงินเดือนน้อยแต่ก็ทดแทนด้วยการมียศ นี่คือระบบเจ้าขุนมูลนายแบบไทย ซึ่งก็คงไม่ง่ายนัก อยู่ที่ว่านายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วนหรือเปล่า จากการปรับโครงสร้างไปล่าสุดนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะนั่งคุมตำรวจเองหรือจะมอบหมายให้รองนายกฯ คนใดคนหนึ่ง แต่ในสถานการณ์ที่ต้องใช้ระบบฟันธงส่วนใหญ่เชื่อว่า คนที่จะมานั่งกุมบังเหียนถ้าไม่ใช่นายกฯ ก็คงจะเป็นรัฐมนตรีในส่วนที่ดูแลเรื่องกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม แต่การปรับโครงสร้างตำรวจนั้นไม่ใช่เรื่องทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว ยังมีเรื่องสำคัญกว่าคือ การวางคนจากนี้ไป เพราะหากการแต่งตั้งโยกย้ายที่จะมีขึ้นในอีกไม่นานได้ตัวปลอมขึ้นมาเมื่อไร ความวุ่นวายทางการเมืองจะกลับมาแน่นอน ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่กับนายกรัฐมนตรีต้องร่วมกันจัดโผบัญชีให้ดี หลังจากเริ่มมีคำครหาถึงนายตำรวจสีเทานักวิ่งกับจอมบุญทุ่มทั้งหลาย