คอลัมนิสต์

รัฐบาล‘มูลนิธิฯ คอนเนกชั่น’

รัฐบาล‘มูลนิธิฯ คอนเนกชั่น’

02 ก.ย. 2557

รัฐบาล‘มูลนิธิฯ คอนเนกชั่น’ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

              ภารกิจหลักที่ คสช.ตั้งเป้าที่จะจัดการสะสางปัญหาประเทศมีหลักๆ อยู่ 3 เรื่องด้วยกัน
 
              ปัญหาอันดับแรกคือ ความมั่นคง ความขัดแย้งทางการเมืองที่ไม่มีรัฐบาลใดเข้าไปแก้ไขอย่างจริงจัง ทำให้ประเทศไทยติดหล่มอยู่กับความแตกแยก เนื่องจากความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกัน
 
              นักการเมืองที่เข้ามาก็ใช้ความเชื่อที่ว่า หล่อเลี้ยงอำนาจของตนเอง โดยจัดสรรเม็ดเงินลงไปสร้างความเชื่อนั้นให้ยังคงอยู่และนับวันจะแข็งแรง โดยที่ไม่สนใจว่า จะมีผลข้างเคียงที่ออกไปในแนวของการใช้ "ความรุนแรง"
 
              นั่นอาจเป็นเพราะจุดเป้าหมายของฝ่ายการเมืองนั้น มุ่งไปที่การทำลายระบบ "ผู้ใหญ่-คนกลาง ไกล่เกลี่ย" เนื่องจากไม่ต้องการให้ระบบนี้คงอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดขวางเป้าหมายที่แท้จริง ซึ่งก็คือ การนิรโทษกรรม
 
              ปัญหาเศรษฐกิจ แน่นอนว่า ย่อมหนีไม่พ้น เพราะก่อนที่จะมีการยึดอำนาจ "ประเทศไทย" อยู่ในภาวะเสมือนถูก "แช่แข็ง" เพราะขยับตัวไปทางไหนก็ไม่ได้ ออก พ.ร.บ.งบประมาณก็ไม่ได้ จะกู้เงินจากแหล่งเงินกู้ทั้งในประเทศ หรือนอกประเทศ ก็ไม่ได้ กระทั่งจะไปเซ็นสัญญาขายข้าวกับต่างประเทศก็ยังบอกว่า ไม่กล้าทำ กลัวขัดรัฐธรรมนูญ
 
              นโยบายของรัฐบาลที่จะออกมาน่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กระเตื้องรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะการลงทุนของภาครัฐ และการระบายสินค้าเกษตร รวมทั้งการปฏิรูปพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศ
 
              ปัญหาสุดท้ายคือ การบุกรุกทำลายทรัพยากรสิ่งแวดล้อม
 
              ปัญหานี้เหมือนกับว่าจะห่างไกลจากผู้คน โดยเฉพาะคอการเมือง แต่ คสช.ให้ความสำคัญกับการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากเป็นพิเศษ
 
              นั่นอาจเป็นเพราะว่า บรรดานายทหารที่เติบโตมาจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือ ร.21 รอ. เจ้าของฉายา "บูรพาพยัคฆ์" นั้น มีอีกชื่อว่า "ทหารเสือราชินี"
 
              เมื่อปี 2536 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออกไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
 
              กองทัพบกรับสนองตามพระราชดำริ ด้วยการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด จากนั้นก็มีการจัดตั้งเป็น มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในเวลาต่อมา
 
              ซึ่งชัดเจนว่า ครม.ชุดนี้ก็มาจากคณะกรรมการของมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด แทบจะกว่าครึ่ง
 
              ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ก็เป็นประธานมูลนิธิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองประธานมูลนิธิ
 
              โดย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ที่มาเป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น แม้ไม่ได้เป็นกรรมการ แต่ก็ทำงานให้มูลนิธิมานานแล้ว
 
              จะว่าไปก็น่าจะเรียกว่า "มูลนิธิฯ คอนเนกชั่น" ไปเลยก็น่าจะพอได้
 
              เพราะตำแหน่งหลักๆ ที่มาจากมูลนิธิก็ไปดึงเครือข่ายเข้ามาช่วยกันทำงาน
 
              แต่ถ้าว่ากันเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว พล.อ.ดาว์พงษ์ดึงเอา ดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ ที่รู้ทุกตารางนิ้วของผืนป่าทั่วประเทศมาช่วยงาน ก็ต้องเรียกได้ว่า ดึงมาถูกคนแล้ว เพราะ ดำรงค์ พิเดช ไม่เพียงแค่รู้พื้นที่ แต่ยังเคยเป็นผู้บังคับบัญชาหัวหน้าอุทยานทั่วประเทศด้วย
 
              นับจากนี้ไปคงได้เห็นมหกรรมขอคืนผืนป่า โดยมีทหารเป็นแกนนำเกิดขึ้นในทุกจังหวัด
 
              เพราะคำสั่งเอกซเรย์ผืนป่าได้ออกไปตั้งแต่ก่อนมีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แล้ว
 
              อย่างไรก็ตาม การขอคืนผืนป่าอาจไม่ใช่เรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรง สิ่งที่ยากเย็นยิ่งไปกว่าก็คือ บรรดาผู้ที่มีอภิสิทธิ์ทั้งหลายเหล่านั้น เงื้อมมือกฎหมายจะเอื้อมไปถึงหรือไม่นั่นเป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ฝีมือ "มูลนิธิฯ คอนเนกชั่น"

--------------------------------
(หมายเหตุ : รัฐบาล‘มูลนิธิฯ คอนเนกชั่น’  :  ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)