
สื่อโลกกับการพัฒนา
สื่อโลกกับการพัฒนา : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
เกาะบาหลี-องค์การยูเนสโกได้จัดงานเสวนาสถานภาพสื่อเสรีภาพโลกขึ้นมาในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา น่าสนใจมาก มีนักหนังสือพิมพ์ทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ เข้ามาร่วมงานเกือบสามร้อยคน เพื่อถกเรื่องคุณภาพและความเป็นวิชาชีพสื่อ ซึ่งยังเป็นประเด็นคนทำงานสื่อให้ความสนใจ
นอกจากนั้นยังมีประเด็นหนึ่งเพิ่มขึ้นมา คือ บทบาทสื่อในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ในสมัยก่อนถ้ามีการพูดถึงบทบาทสื่อในลักษณะนี้ มีหวังโดนวิจารณ์แหลก เพราะถือว่า ต้องการให้สื่อมวลชนถูกควบคุมโดยองค์กรรัฐ เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ
นักหนังสือพิมพ์ทั่วโลกยังเห็นความสำคัญของบรรยากาศสื่อเสรีภาพและความเป็นอิสระในการส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนทั่วๆ ไป ถ้าขาดสื่อที่มีเสรีภาพและอิสระ ประชาชนอาจจะไม่ได้ข้อมูลถูกต้องทันเวลา มีความจำเป็นต่อการตัดสินใจในกระบวนการประชาธิปไตย
ยิ่งในปีหน้าองค์การสหประชาชาติกำลังเตรียมแผนปฏิบัติการพัฒนาแบบยั่งยืนอยู่ (Sustainable Development Goals) ที่ได้เริ่มมาหลายปีแล้ว ที่ผ่านมาห้าปีแผนพัฒนาของสหัสวรรษ (Millennium Development Goals) ที่จะจบสิ้นในปีหน้า ยังไม่ได้ผลเต็มร้อย เนื่องจากสื่อมวลชนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือภาคประชาชนหรือภาครัฐในทางปฏิบัติ
ตามจริงประเด็นนี้สื่อมวลชนไทยน่าจะได้เปรียบ ประเทศไทยมีนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาเป็นเวลานาน และสื่อมวลชนมีการรายงานเป็นระยะมาตลอด ประเทศอื่นการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นเรื่องใหม่
ฉะนั้นในการประชุมสมัชชาองค์การสหประชาชาติปีนี้ ปลายกันยายนที่จะถึงนี้ ที่มหานครนิวยอร์ก จะมีการถกประเด็นนี้ สมาชิกอาเซียนจะมีบทบาทมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมสื่อที่มีอยู่ในประเทศ ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า อาเซียนมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดถึงสภาพการเมืองภายในประเทศ รวมทั้งเสรีภาพสื่อ
ในภูมิภาคตอนนี้ มีอินโดนีเซียที่นำหน้ามากที่สุด หลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในปี 1998 เป็นต้นมา ถึงแม้ว่ายังมีข้อบกพร่องทางด้านกฎข้อบังคับ เกี่ยวกับสื่อและบทบาทเจ้าของสื่อที่ออกหน้ามาเชียร์หรือเข้าข้างนักการเมือง โดยทั่วๆ ไปสื่อมีบทบาทมากในการเปิดเผยคอร์รัปชั่น
ส่วนสื่อฟิลิปปินส์นั้น มีเสรีภาพมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ก็ยังมีวัฒนธรรมการลอยนวล (culture of impunity) ที่เกี่ยวข้องสื่อมวลชนมากที่สุดในอาเซียน ในช่วงสิบปีที่ผ่านมามีนักข่าว 46 คนถูกยิงตาย การเป็นนักข่าวในฟิลิปปินส์นั้นอันตรายมากๆ เพราะตามต่างจังหวัดคนมักจะพกปืน นักข่าวบางคนยังต้องพกปืนป้องกันตัวเอง
ในช่วงหลังสื่อไทยมีปัญหา เนื่องจากการเมืองภายในไทยที่แบ่งขั้ว ทำให้การปฏิบัติสื่อมีปัญหาท้าทายสารพัด หลังการยึดอำนาจบรรยากาศสื่อไม่ได้ดีขึ้น เพราะมีมาตรการเพิ่มขึ้น เพื่อจำกัดเสรีภาพสื่อและป้องกันการวิพากษ์วิจารณ์ทำให้เสรีภาพสื่อไทยเป็นที่โจษจันกันมาก แม้กระทั่งสื่อพม่าที่เพิ่งได้รับเสรีภาพมาหมาดๆ ยังต้องออกหน้าปกป้องเสรีภาพสื่อไทยเป็นข่าวฮือฮาไปทั่ววงการ
ที่น่าสนใจคือ สื่อเสรีภาพพม่าที่เคยมีมาอย่างกว้างขวางในช่วงสามปีที่ผ่านมา เริ่มติดขัด ดูเหมือนทางรัฐบาลพม่าพยายามจะพัวพันกับสื่อในลักษณะใหม่ เพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติ ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะทางสื่อไทยยังไม่เคยพูดบทบาทเหล่านี้
ฉะนั้นเมื่อวิเคราะห์สถานภาพสื่อของสมาชิกอาเซียนจะพบว่า สมาชิกประมาณครึ่งหนึ่งมีสื่อเสรีภาพพอประมาณ ฉะนั้นในอนาคต ช่วงที่เรากำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียนต้องพยายามช่วยให้สื่อในอาเซียนมีความร่วมมือกันมาขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถของสื่ออาเซียนให้ดีและมีความทัดเทียมกัน
ดูเหมือนจะเป็นวิธีเดียวที่จะเพิ่มบทบาทสื่ออาเซียนในบริบทโลกเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน น่าเสียดายสื่อไทยไม่สามารถออกหน้าออกตาแบบในอดีต เพราะเราไม่มีความน่าเชื่อถือแบบในอดีต สมาชิกอาเซียนเชื่อว่า สื่อมวลชนไทยส่วนใหญ่นั้นเซ็นเซอร์ตัวเอง เพราะกลัวจะถูกจับติดคุก
บทบาทสื่อมวลชนไทยในอาเซียนมีอยู่ในระดับดี ขณะนี้สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติกำลังร่วมมือกับสภาหนังสือพิมพ์อินโดนีเซียเพื่อจัดตั้งสภาสื่ออาเซียนต่อไป



