เจาะประเด็นร้อน

ปราบโกงได้ด้วยระบบการมีส่วนร่วม

ปราบโกงได้ด้วยระบบการมีส่วนร่วม
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ปราบโกงได้ด้วยระบบการมีส่วนร่วม : ขยายปมร้อน โดยขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่น

                เหตุผลสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องกล่าวถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่นไว้ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะสถานการณ์ไทย ไม่ว่าจะปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย หรือไม่เป็นประชาธิปไตย "ปลวกที่ฉวยโอกาสหากิน" บนความไม่มั่นคงของระบบเศรษฐกิจ-ความไม่เข้มแข็งของมาตรการตรวจสอบ ยังรุกคืบ แอบกัดกินแบบลับๆ อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยอำนาจ บารมี และสีเสื้อ


                ประโยคสำคัญของ "พล.อ.ประยุทธ์" ที่ขอเน้นคือ "การทุจริตคอร์รัปชั่นที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และเกิดเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ด้วยการปลูกฝังค่านิยมที่ไม่ยอมรับการทุจริต, สร้างธรรมาภิบาลในหน่วยงานราชการ, ปรับปรุงระบบจัดซื้อจัดจ้าง, ปรับปรุงกฎหมาย" นั่นแปลว่า...ปัญหาการทุจริตที่เดิม "พล.อ.ประยุทธ์" มั่นใจว่าเอาอยู่ด้วยการออกคำสั่งฐานะผู้นำสูงสุดนั้น ไม่สามารถหวังผลในทางปฏิบัติที่เป็นจริงได้ เพราะปัญหามันแผ่ขยายไปทุกภาคส่วนแบบฝังรากลึกจนเกินกำลังที่ "กฎหมาย หรือ คำสั่ง" จะจัดการได้

                จากผลการศึกษาของสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า เรื่องทัศนคติของประชาชนต่อการทุจริต ที่เผยแพร่ระหว่างงานสัมมนาของสถาบัน เรื่อง "การปฏิรูปประเทศไทย : การต่อต้านการทุจริต" เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา พบว่าการทุจริตมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลสำคัญ คือ ทัศนคติคนที่ยอมรับการทุจริต จากอิทธิพลและปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวมถึงการไม่เคร่งครัดต่อคุณธรรมทำให้คนบางกลุ่มไม่ตระหนักถึงผลกระทบของการคอร์รัปชั่นที่มีต่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนั้นในสังคมไทยมีปัจจัยที่เอื้อให้เกิดการทุจริตได้ง่าย อาทิ ค่านิยม, วัฒนธรรม, ระบบอุปถัมภ์, สภาพเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ หรืออัตราค่าครองชีพที่สูงขึ้น

                "ดร.ถวิลวดี บุรีกุล" ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า ถอดรหัสแนวทางที่นำไปสู่การปฏิบัติเพื่อต่อต้านการทุจริตให้เป็นรูปธรรมไว้ว่า ต้องคำนึง 3 ปัจจัยหลักไปพร้อมกัน คือ 1.การป้องกันการทุจริต 2.การปรามปรามกลโกงทุกรูปแบบ และ 3.การส่งเสริมให้คนปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต โดยการกำหนดมาตรการให้มีผลในแง่ปฏิบัติ จำเป็นต้องยึดหลัก 8 ประการแบบไม่ละเว้น คือ 1.การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีนิติธรรม, 2.ปลูกฝังค่านิยมคนให้ไม่อดทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ, 3.การปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน อาทิ การรับบริการสาธารณะ หรือจากหน่วยงานภาครัฐ, 4.สร้างสำนึกรับผิดชอบ ให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของในทรัพยากร เป็นเจ้าของประเทศ เพื่อให้มีความรู้สึกหวงแหน ไม่ยอมให้ถูกเอาเปรียบ, 5.สร้างประสิทธิภาพต่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร, 6.เน้นความโปร่งใสของการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด, 7.ประชาชนต้องมีส่วนร่วม และ 8.ยกระดับคุณธรรม จริยธรรมขของประชาชนและผู้มีอำนาจ

                "ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทางที่จะนำไปสู่การลดระดับการทุจริตในประเทศได้ สิ่งที่สำคัญของการวางแผนคือ การให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยเฉพาะในช่วงเวลาการปฏิรูปประเทศ ต้องไม่ขีดกรอบให้การวางแผนปฏิรูปจำกัดแค่สภาปฏิรูปฯ จำนวน 250 คนเท่านั้น เพราะประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน" ดร.ถวิลวดี สรุปทิ้งท้าย

                ณ นาทีนี้ คสช. ยังยืนระยะห่างระหว่างการบริหารและการทุจริตได้ดี แต่เมื่อถึงวันที่อำนาจถูกถ่ายไปยังบุคคลอื่นจะต้องหาหลักประกันที่ประชาชนจะไว้วางใจได้ว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นจะไม่วนซ้ำกระทบระบบประชาธิปไตยให้ล้มเหลวอีก นอกเสียจากใช้คนไทยทุกร่วมค้ำประกันประเทศ

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง