เจาะประเด็นร้อน

วิวาทะ'ปนัดดา'กับอนาคตองค์กรปกครองท้องถิ่น

วิวาทะ'ปนัดดา'กับอนาคตองค์กรปกครองท้องถิ่น
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

วิวาทะ'ปนัดดา'กับอนาคตองค์กรปกครองท้องถิ่น : ขยายปมร้อน สำนักข่าวเนชั่น โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

               แม้เรื่องราวระหว่าง "ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล" กับเหล่านายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จะจบลงแล้ว แต่ก็แน่นอนว่า ไม่ได้เป็นการจบลงอย่างงราบรื่น

               เพราะ "ระเบิด" ที่ "ม.ล.ปนัดดา" โยนลงมานั้น สร้างความไม่พอใจให้แก่เหล่า "อบจ." เป็นอย่างมาก ข้อหาว่าด้วยความฟุ่มเฟือยการใช้ชีวิตหรูหราและบอกทิ้งท้ายว่า "ผู้ใดก็ตามอยากใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยไม่อายประชาชน น่าจะคิดออกไปดำรงสัมมาชีพส่วนตัว อย่ามาเป็นนักการเมืองหรือรับราชการให้เสื่อมเสียเกียรติภูมิสถาบันข้าราชการไทย."

               เหล่า อบจ.ออกมาจี้ "ม.ล.ปนัดดา" ให้พูดให้ชัดว่า หมายถึงใคร มิใช่เหมารวม จนสุดท้ายเจ้าตัวต้องยอมขอโทษ แต่คำถามในอีกหลายประเด็นที่ก้องอยู่มิอาจจบลงตามไปด้วย เช่น มีการใช้งบหลวงในทางที่ไม่เหมาะไม่ควรจริงจะมีกระบวนการดำเนินการอย่างไร

               แต่ถ้าการใช้ชีวิตหรูหรา ฟุ่มเฟือยนั้น เป็นการใช้เงินส่วนตัวของเขา โดยไม่ได้โกงหรือนำเงินหลวงมาใช้อย่างนี้จะมีความผิดตรงไหน เราต้องให้ความเป็นธรรมต่อนักการเมืองเหมือนกันว่า เขาไม่ใช่คนที่ไม่มีต้นทุนมาก่อนที่จะเล่นการเมือง หลายคนเป็นคหบดีรวยล้นฟ้า หากจะใช้ชีวิตติดหรูบ้างก็คงไม่ใช่เรื่องผิดธรรมเนียมแต่อย่างใด

               อย่างไรก็ตาม การพูดของ "ม.ล.ปนัดดา" ในครั้งนี้ ย่อมถูกตีความว่า เขากำลังดิสเครดิตองค์กรปกครองท้องถิ่น และการเมืองท้องถิ่น ประกอบกับประกาศของ คสช.ที่ผ่านมา ทำให้ถูกมองว่า คณะที่กำลังบริหารปกครองบ้านเมืองในขณะนี้กำลังมององค์กรปกครองท้องถิ่นอย่างไร

               เอาเข้าจริงปัจจัยเร่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้ คือ "องค์กรปกครองท้องถิ่น" กำลังระแวงว่าการปฏิรูปการเมืองตามแบบ คสช.อาจจะมีเป้าหมายเพื่อลดบทบาทขององค์กรปกครองท้องถิ่น พร้อมกับทำให้เกิดการรวมศูนย์อำนาจ แทนที่จะเดินหน้ากระจายอำนาจอย่างที่ผ่านๆ มา

               เขาเชื่อกันว่า คสช.กำลังมีกรอบความคิดว่า การปกครองท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เป็นฐานของกลุ่มการเมืองระดับชาติ และแน่นอนว่า หมายถึงการเป็นฐานกำลังของมวลชนกลุ่มต่างๆ ที่เป็นตัวแทนของความแตกแยก

               ดังนั้นในห้วงการควบคุมอำนาจ คสช.จึงปิดไม่ให้มีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น และใช้วิธีการสรรหาทุกระดับจนกว่าจะจัดการและแก้ปัญหาตามที่คิดได้

               แต่ปัญหาทุกสิ่งไม่ได้แก้ง่ายขนาดนั้น เราจึงเห็นปัญหาของการสรรหาสมาชิกสภาท้องถิ่น โดยเฉพาะการที่ไม่มีตัวคนเพียงพอไปอยู่ตามองค์กรปกครองท้องถิ่นต่างๆ

               ด้วยการกำหนดสเปกว่า ส่วนหนึ่งต้องเป็นข้าราชการหรืออดีตข้าราชการระดับ 8 ขึ้นไป ซึ่งมีอยู่จำนวนไม่มาก ทำให้บางคนได้เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น 2-3 แห่ง และบางคนก็ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ ที่สุดสภาพของสภาท้องถิ่นหรือองค์กรปกครองท้องถิ่น จึงกลายเป็นเพียงอีกแขนงหนึ่งของระบบราชการ ที่ถูกรวมศูนย์อำนาจเอาไว้

               ถ้าย้อนไปดูจะเห็นว่า มีผลการศึกษาวิจัยมากมายที่เห็นควรให้กระจายอำนาจ เพราะจะทำเข้าใจความเป็นท้องถิ่นและให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมกับท้องถิ่น มิให้ตกอยู่ในสภาวะของผู้ถูกปกครองเท่านั้น อีกทั้งแต่ละท้องถิ่นก็มีความหลากหลายมากกว่าจะใช้ชุดความคิดแบบเดียวไปกำหนด

               รวมทั้งการมี "ท้องถิ่น" ไว้คานอำนาจ "ส่วนกลาง" ก็เป็นระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจที่มีประสิทธิภาพ 

               เราก็ได้แต่หวังว่า การพูดของ "ม.ล.ปนัดดา" จะไม่ได้สะท้อนวิธีคิดเช่นนี้ออกมา และเป็นหนึ่งในกระบวนการที่จะสร้างภาพลบเพื่อสร้างความชอบธรรมในการรวมศูนย์อีกครั้ง

               จริงอยู่ที่ปัญหาอาจจะมีบ้าง แต่การแก้ไขย่อมมิใช่กลับไป ณ จุดเริ่มต้นใหม่ เพราะเราสามารถปรับเปลี่ยนและต่อยอดสิ่งที่ก้าวมาแล้วให้พัฒนาไปให้ถูกทางได้ และหวังว่า คสช. เมื่อปฏิรูปเสร็จคงไม่ลืมยกเลิกประกาศและจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นอีกครั้ง

------------------------

(หมายเหตุ : วิวาทะ'ปนัดดา'กับอนาคตองค์กรปกครองท้องถิ่น : ขยายปมร้อน สำนักข่าวเนชั่น โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง