เจาะประเด็นร้อน

ผู้นำกับการสื่อสารภาพลักษณ์ไทย

ผู้นำกับการสื่อสารภาพลักษณ์ไทย
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ผู้นำกับการสื่อสารภาพลักษณ์ไทย : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

                ผู้เขียนเรียนหนังสือกับอาจารย์เดวิด เกอร์เกน กูรูระดับเทพ สอนรัฐศาสตร์ในปี 2000 ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ยังจำได้ดี ถึงบทเรียนที่บรรยายอย่างสนุกสนานเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างผู้นำกับประชาชน อาจารย์ผู้นี้ย้ำเสมอว่า ผู้นำสหรัฐอเมริกาทุกๆ คนต้องฝึกพูดกับทีมงานวางยุทธศาสตร์สื่อสารกับประชาชนและสื่อมวลชน

                ทุกๆ วันประธานาธิบดีทุกคนต้องชมวิดีโอที่ตัวเองพูดทุกๆ ครั้ง ในแต่ละวัน เพื่อหาข้อบกพร่อง และแก้ไข เขาเอาประสบการณ์จริงเคยเจอมาด้วยตัวเองในช่วงเป็นที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสี่คน คือ ริชาร์ด นิกสัน เจอรัลด์ ฟอร์ด โรนัลด์ เรแกน และบิล คลินตัน

                ผู้นำคนที่พูดเก่งไม่ได้หมายความว่าพูดแล้วจะรู้เรื่อง มีคนเข้าใจและยอมรับ เช่น นิกสัน เป็นต้น เขาบอกว่าบิล คลินตัน พูดเก่งและพูดรู้เรื่องด้วย เพราะมีการฝึกฝนมาตั้งแต่เรียนในมหาวิทยาลัยจนได้รับทุนโรด สกอลลาร์ (Rhode Scholar) ซึ่งเป็นทุนสุดยอดของผู้นำหนุ่มสาวของสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดที่ประเทศอังกฤษ

                ในกรณีประธานาธิบดีเรแกน เขาพูดเก่ง ไม่ค่อยมีสาระ แต่มีข้อดี มีความสามารถสร้างความรู้สึกดีต่อผู้ฟังได้ คอนเนกได้ดี เขาบอกว่าผู้นำคนนี้แสดงตัวเป็นผู้นำเก่ง อาจจะเป็นเพราะว่าเคยเป็นพระเอกหนังมาก่อน เวลาพูดปากจะเบี้ยว จึงมีวิธีการที่ต้องจัดและวางมุมที่ตัวเองจะดูดีที่สุด เวลามีการแถลงข่าว มักจะเป็นมุมทางทำเนียบขาวจัดตั้งมาให้เพื่อไม่ให้มุมปากเบี้ยวของเรแกนออกมาทางทีวีหรือรูปถ่ายเด็ดขาด

                ผู้เขียนเคยสัมภาษณ์ประธานาธิบดีโรห์ มูฮุน ของเกาหลีใต้ เป็นคนน่ารักและถ่อมตัวมาก มีต้นกำเนิดจากการเป็นผู้นำทางสหภาพแรงงานมาก่อน เจ้าตัวเคยเล่าให้ฟังพร้อมกับสารภาพว่า กลัวนักข่าวมากๆ แต่ถ้าดูภายนอกแล้วจะไม่รู้สึกเลย เขาได้เป็นประธานาธิบดีก็เพราะแรงสนับสนุนจากชาวเน็ตติเซ็นและโซเชียลมีเดียทั้งหลายรวมทั้งเว็บไซต์ "โอมายนิวส์" ที่ได้ดึงเอาเสียงคะแนนจากคนหนุ่มสาวมาเต็มๆ แต่ต่อมาเขาเกิดกลัวนักข่าวขึ้นมาเพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเขา เลยไม่ยอมคุยกับนักข่าว จนในที่สุดเมื่อมีการขุดคุ้ยกันเรื่องคอร์รัปชั่นภายในรัฐบาล ปรากฏว่าตัวเองรับไม่ได้ ต้องฆ่าตัวตาย น่าอนาจมากๆ
 
                ประเด็นที่ต้องการพูดถึงคือ ผู้นำต้องฝึกฝนเรื่องการสื่อสารกับประชาชน เพราะถือว่าเป็นศาสตร์ไม่ได้เป็นพรสวรรค์ มิฉะนั้นแล้วอาจจะสร้างความเข้าใจผิดได้ อีกประเด็นหนึ่งคือภาษาร่างกายที่ไม่ต้องพูด นับตั้งแต่การแต่งตัวที่มีเครื่องแบบหรือไม่ หน้าตาที่แสดงออก ภาษาที่ใช้ มีความหมายหรือถูกกาลเทศะหรือไม่ ประเด็นเหล่านี้ถ้าผู้นำเข้าใจ สามารถฝึกได้ ถึงแม้ต้องใช้เวลานาน

                ที่น่าสนใจสำหรับเราชาวประชาคมอาเซียนคือประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ของอินโดนีเซีย เขาเป็นผู้นำที่ได้รับความนิยมของสื่อมวลชนอินโดนีเซียมากที่สุด จนสมาคมสื่อมวลชนอินโดนีเซียลงคะแนนให้เป็นผู้นำที่ได้รับความนิยมสูงสุดหลายปีติดต่อกัน ทั้งๆ ที่สื่ออินโดนีเซียวิจารณ์ผู้นำคนนี้อย่างเสียๆ หายๆ เป็นประจำ แต่เขาไม่โกรธแม้แต่น้อย เพราะถือว่าสื่อทำหน้าที่ จนมีเจ้าหน้าที่รัฐมนตรีลาออกหลายคน

                อีกประมาณหกอาทิตย์เท่านั้น นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องออกตัวพบปะกับผู้นำต่างชาติในเวทีประชุมสุดยอดต่างๆ นานา งานแรกคือ ที่ประชุมสมัชชาองค์การสหประชาชาติปลายกันยายน ไปร่วมหรือไม่ยังไม่รู้ ต่อมามีการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงเนปิดอว์ต้นตุลาคม ตามด้วยประชุมผู้นำเอเชียตะวันออกวันต่อมา จากนั้นมีการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปคที่กรุงปักกิ่ง ต่อด้วยประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรปที่เมืองมิลาน อิตาลี จากนั้นยังมีประชุมผู้นำอาเซียน-เกาหลีใต้พิเศษที่เมืองปูซานในเดือนธันวาคม

                ผู้นำที่เข้ามาประชุมเหล่านี้ ต้องเตรียมตัวให้ดี ท่าทาง สีหน้า การแต่งตัว การพูดจา เวลาอยู่ในเมืองไทย คนไทยด้วยกัน มีอะไรขาดเกินไม่ถือกัน แต่พอเป็นสภาพสิ่งแวดล้อมเมืองนอกนั้น เป็นคนละเรื่องกัน

                อาจารย์เดวิดบอกว่า การฝึกฝนการพูดและดูกระจกเวลาจะพูด จะเข้าใจทันทีว่า ตัวคนพูดมีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร เขาเล่าให้ฟังตอนแรกประธานาธิบดีฟอร์ดไม่กล้าดูตัวเองพูดเท่าไรเพราะรู้ว่าตัวเองพูดไม่เก่ง แต่หลังจากนั้นดูทุกวันเพราะพูดดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่อาจารย์ย้ำอยู่เสมอว่า คุณภาพผู้นำไม่ได้อยู่ที่พูดจาดีสื่อสารได้เท่านั้น ต้องมีสาระและความจริงใจและความติดดินด้วย

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง