เจาะประเด็นร้อน

โฉมหน้าครม.ประยุทธ์1

โฉมหน้าครม.ประยุทธ์1
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

โฉมหน้าครม.ประยุทธ์1 : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2557

               ภายหลังที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีมติด้วยคะแนน 191 จาก 194 เสียง เห็นชอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย สิ่งที่สังคมกำลังเฝ้าจับตากันเป็นพิเศษนับจากนี้ก็คือ การเลือกเฟ้นบุคคลเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ซึ่งจะถือเป็นการรีสตาร์ทประเทศไทยอย่างแท้จริง หลังจากที่ต้องตกอยู่ในสภาพ "รัฐบาลที่ล้มเหลว" มานานติดต่อกันหลายเดือน เช่นนี้แล้ว บุคคลแต่ละคนที่จะเข้ามาย่อมจำเป็นอยู่เองที่จะต้องมีความรู้ความสามารถ เหมาะสมกับภารกิจขับเคลื่อนงานของกระทรวงที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามารับผิดชอบ ซึ่งแม้จะเป็นเพียงรัฐบาลชั่วคราว แต่ความคาดหวังของสังคมกลับมีสูงยิ่งด้วยปัญหาที่หมักหมมมาเป็นเวลานาน

               คสช.ได้วางกลุ่มงานที่จะเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยเอาไว้ทั้งหมด 11 กลุ่ม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาบุคคลจำนวน 250 คนเข้ามาทำหน้าที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เพื่อรวบรวมประเด็นในด้านต่างๆ อันจะนำไปสู่กระบวนการปฏิรูปที่เป็นรูปธรรม ทั้งเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ที่ยั่งยืน ยุติวิกฤติความขัดแย้งทั้งหลายที่ดำรงอยู่นานนับทศวรรษ ทั้งเพื่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คู่ขนานไปกับการทำหน้าที่ของสนช. กับคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกัน การผลักดันเนื้องานของแต่ละกระทรวง ซึ่งถ้าหากจะเปรียบก็เหมือนกับเครื่องจักรขับเคลื่อนประเทศ ที่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกับ สนช. และการปฏิรูปประเทศ-ปฏิรูปการเมืองด้วยเช่นกัน โดยสามารถแยกกลุ่มงานออกเป็นการแก้ปัญหาในรูปของนโยบายทั้งระยะสั้น และการวางรากฐานในแต่ละกระทรวงต่อไป

               กล่าวสำหรับปัญหาเฉพาะหน้า กลุ่มกระทรวงเศรษฐกิจน่าจะมีความสำคัญมากที่สุดในบทบาทของหัวหอกแก้ไขปัญหา เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการคลัง ต้องเข้ามาคลี่คลายปัญหาสต็อกข้าวจากโครงการรับจำนำข้าว ระบายข้าวออกสู่ตลาดโลก เร่งผลักดันการส่งออกอันมีความสำคัญสูงสุดของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงอุตสาหกรรม ขณะที่ กระทรวงคมนาคม ต้องเร่งดำเนินโครงการก่อสร้างระบบคมนาคมและการขนส่ง ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า และการตัดถนนหนทางต่างๆ เพื่อรองรับการแข่งขันหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กลุ่มกระทรวงทางสังคม รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ น่าจะต้องรับบทหนักกับการผลักดันการปฏิรูปการศึกษาที่ไม่เคยเป็นจริงเสียที ขณะที่กระทรวงที่เหลือจะต้องระดมสรรพกำลังไปเพื่อการฟื้นฟูสังคม ปฏิรูป และสร้างความสมานฉันท์ในทุกรูปแบบ หรือแม้แต่กระทรวงการต่างประเทศที่ดูผิวเผินอาจคิดว่า ตั้งทหารเข้ามาเป็นรัฐมนตรก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้องคำนึงถึงการตอบรับจากนานาชาติด้วยเช่นกัน ฯลฯ

               บทเรียนจากอดีตที่ผ่านมา ครั้งหนึ่งซึ่งคณะรัฐประหารได้แต่งตั้งรัฐมนตรี "คนดี" จากอดีตข้าราชการระดับสูง เข้าบริหารประเทศ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือแทบจะไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ครั้งนี้ก็เช่นกัน แน่นอนว่า ไม่มีใครปฏิเสธ "คนดี" หรือนายทหารระดับสูง เข้ามาเป็นรัฐมนตรีอย่างแน่นอน หากแต่ประเด็นสำคัญที่จะต้องพินิจพิจารณาให้มากก็คือ ภารกิจของชาติบ้านเมือง ที่กองสุมอยู่ตรงหน้าเป็นภูเขาเลากา ที่รัฐมนตรีชุดใหม่จะต้องเข้ามาสะสางให้ลุล่วง ให้สมกับคำมั่นที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลั่นวาจาเอาไว้ว่า "ชาติต้องมาก่อน"
 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง