คอลัมนิสต์

ถึงคราวต้องผ่าตัด ร.ฟ.ท.

ถึงคราวต้องผ่าตัด ร.ฟ.ท.

02 ก.ค. 2552

เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว ชาวบ้านที่ต้องใช้บริการรถไฟไทยต้องอกสั่นขวัญแขวนเพราะรถไฟไทยหยุดวิ่งโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า การสไตรค์โดยผิดกฎหมายเช่นนี้ “สหภาพ” ของพนักงานการรถไฟก็ยอมรับว่าเป็นตัวตั้งตัวตี

 รถไฟหยุดวิ่งไป 2 วัน การรถไฟออกมาประเมินความเสียหายว่าเป็นกี่ล้านกี่ล้านบาท แต่ไม่มีใครพูดถึงความเสียหายต่อประชาชนทั้งผู้โดยสารและพ่อค้าที่ส่งสินค้าทางรถไฟซึ่งถ้าประเมินกันจริงๆแล้วจะมีความเสียหายมากกว่าความเสียหายของการรถไฟหลายเท่านัก แต่ไม่มีใครพูดถึงกัน (เพราะพูดไปก็ไร้ประโยชน์ หาคนรับผิดชอบไม่ได้)

 ต้นเหตุแห่งการหยุดเดินรถครั้งนี้ก็ว่าเป็นเพราะฝ่ายบริหารต้องการจัดระเบียบการจัดการรถไฟใหม่เพราะทนขาดทุนทับถมอยู่ถึง 7 หมื่นล้านกว่าบาทไม่ไหว จึงได้คิดหาทางออกโดยจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นอีก 2 บริษัท บริษัทหนึ่งทำหน้าที่เดินรถไฟ อีกบริษัทหนึ่งทำหน้าที่บริหารที่ดินทรัพย์สินของการรถไฟซึ่งมีอยู่มหาศาลทั่วประเทศ กล่าวกันว่าปัจจุบันได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าโดยที่ดินในทำเลที่ดีๆ มีถึงหลายหมื่นไร่ แต่มีรายได้แค่พันกว่าล้านเศษต่อปี พูดไปก็เหมือนจับเงาในกระจกได้แต่สงสัยว่ามีใครแอบหากินแต่จับตัวกินไม่ได้

 แน่นอนเมื่อการรถไฟมีแผนออกมาเช่นนี้ แม้นายกรัฐมนตรีเองจะย้ำว่าไม่มีการแปรรูป ไม่มีการนำเอกชนเข้ามาหากิน แต่ฝ่ายสหภาพคงเชื่อได้ยากเพราะการปรับปรุงองค์กรเช่นนี้ส่อเค้าว่าหม้อข้าวของตนจะถูกทุบในอนาคตอันไม่ไกลนัก คนสมัยนี้รู้ทันกันหมดขึ้นอยู่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

 สาเหตุที่รถไฟไทยขาดทุนบักโกรกนั้น พนักงานรถไฟทุกระดับทั้งผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสมาชิกสหภาพต่างพากันเข้าใจว่าเพราะเก็บค่าบริการถูกเกินไป

 เรื่องนี้ไม่จริงทั้งหมด

 คนที่ไม่รู้ความจริงมักจะพูดว่ารถไฟที่ไหนๆ ก็ขาดทุนทั้งสิ้น เรื่องนี้ไม่จริง ไม่ต้องไปไกลมากเอาแค่อินเดีย รถไฟอินเดียซึ่งเคยขาดทุนไม่น้อยกว่ารถไฟไทยบัดนี้มีกำไรเลี้ยงตัวได้แล้ว และไม่ใช่ด้วยการขึ้นค่าบริการ แต่ด้วยการปรับปรุงการจัดการภายในให้ทันสมัย รถไฟเวียดนามก็กำลังมีรถไฟที่มีความเร็วสูง

 หันมาดูรถไฟไทยอีกครั้งหนึ่งเกือบจะพูดได้ว่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ร.ฟ.ท.เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น โครงข่ายเส้นทางรถไฟซึ่งปัจจุบันมีไม่ถึง 4,000 กิโลเมตร ก็เพิ่มจากสมัยเริ่มก่อตั้งไม่เท่าใดซ้ำยังเป็นระบบรางแคบและรางเดี่ยวเสียเป็นส่วนใหญ่ ความเร็วของรถไฟไทยในยุดจรวดนี้เทียบส่วนแล้วจึงไม่เร็วกว่าเรือเอี่ยมจุ้นเท่าใด ความนิยมในการใช้สอยจึงมีเท่าที่จำเป็นเป็นสัดส่วนน้อยมากต่อปริมาณการขนส่งทั่วประเทศ

 อย่างไรก็ดีในยุคที่เชื้อเพลิงมีวันแต่จะแพงและแพงขึ้น การขนส่งด้วยระบบรางจึงมีความสำคัญยิ่งต่อระบบโลจิสติกส์ทั้งหมดเพื่อให้ได้ต้นทุนต่ำ สินค้าส่งออกของเราจึงจะแข่งขันกับประเทศอื่นได้ การผ่าตัด ร.ฟ.ท.จึงมีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจการขนส่งของประเทศไทยแต่การที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง “อะไร” นั้น ไม่ยากแต่จะทำ “อย่างไร” โดย “ใคร” นั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยากโดยเฉพาะในสภาพบ้านเมืองขณะนี้แต่ก็ต้องทำ

นายหนูใหญ่  [email protected]