เจาะประเด็นร้อน

ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย

ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2557

               ลำพังการตายหมู่ของแรงงานก่อสร้างนับ 10 ชีวิต ในโศกนาฏกรรมคอนโดมิเนียม ยูเพลส คอนโดเทล ย่านคลองหก จังหวัดปทุมธานี ถล่มลงเมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก็ถือว่าเป็นเรื่องชวนสลดหดหู่ใจมากเต็มทนแล้ว หากแต่เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าขุดค้นเศษซากแล้วพบว่า ในบรรดาเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นมีเด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์รวมอยู่ด้วย จึงยากยิ่งที่ใครสักคนหนึ่งจะทนฝืนไม่สะทกสะเทือนใจกับเรื่องราวและภาพที่ปรากฏ ซึ่งแม้จะมีความคล้ายกับความสูญเสียจากอุบัติภัยสาธารณะเพราะเป็นแหล่งรวมของคนหมู่มาก หลายชีวิต ต่างเพศ ต่างวัยก็ตามที แต่สำหรับเขตก่อสร้าง ซึ่งเป็นพื้นที่อันตราย พึงจะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนเป็นเรื่องๆ ไป เพื่อให้ความตายครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญ สู่การป้องกันที่แน่นหนา และมีผลบังคับใช้ได้จริง ยิ่งเสียกว่ากฎหมายที่ตรากันขึ้นมาล้อมคอกในภายหลัง

               เรื่องความปลอดภัยในสถานที่ก่อสร้างนั้น หาใช่ว่า บ้านเมืองของเราจะไม่มีกฎหมายบังคับ เพราะตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 เป็นต้นมา กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศกำหนดให้พื้นที่ก่อสร้างต้องทำรั้วหรือคอกกั้น พร้อมปิดป้ายระบุเป็น "เขตอันตราย" ให้ชัดเจน และต่อมาได้มีพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.2554  ที่ระบุเพิ่มเติม ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเขตก่อสร้างเอาไว้อีกด้วย โดยในการบังคับใช้นั้น ก็ได้บัญญัติเอาไว้ชัดเจนว่า เป็นหน้าที่ของใคร แต่ในทางปฏิบัติแล้ว กลับน้อยครั้งหรือไม่มีปรากฏให้เห็นเลยว่า จะมีเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมายไปตรวจสอบ เสมือนเอาหูไปนา เอาตาไปไร่

               อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า กรณีหญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็กเข้าไปอยู่ในเขตอันตรายหรือเขตก่อสร้างนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เพราะไปเกี่ยวพันกับปัญหาทางสังคมว่าด้วยคุณภาพชีวิตของแรงงาน การเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของลูกจ้าง รวมทั้งแรงงานต่างด้าวที่กำลังทะลักเข้ามาในประเทศไทยตามความต้องการของตลาดก่อสร้างที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และจะยิ่งเร่งให้ขยายต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย เช่นนี้แล้ว จึงเห็นภาพของเด็กเล็ก หญิงท้องตามไซต์งานต่างๆ เปรียบเสมือนละครชีวิตฉากหนึ่งในสังคมเมือง ที่ผู้คนเห็นกันจนชินตา และรับรู้กันมานานจนอาจรู้สึกไปว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ด้วยเหตุที่ว่า พ่อแม่ผู้ปกครองของพวกเขาเหล่านั้น รวมทั้งหญิงมีครรภ์ไม่มีทางเลือกอื่นใดที่ดีไปกว่า หัวหน้าคนงานก็อะลุ้มอล่วยให้ ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบก็ทำงานกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ยังไม่นับรวมที่ร้ายกว่า คือรู้เห็นเป็นใจเพราะมีค่าน้ำร้อนน้ำชาปิดตาให้บอด

               แน่นอน ร้อยทั้งร้อย ไม่ว่าสังคมไหนๆ ย่อมไม่ปรารถนาที่จะเห็นโศกนาฏกรรมเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับเด็ก สตรีมีครรภ์ หรือบุคคลอื่นที่ไม่สมควรจะอยู่ในสถานที่อันตรายต่างๆ เมื่อมีประเด็นเป็นบทเรียนอีกครั้งหนึ่ง ดังเช่นที่เห็นว่า เพราะความละเลยย่อหย่อนในการบังคับใช้กฎหมายนั่นเองที่เป็นต้นเหตุ เช่นนั้น ถ้าหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปล่อยผ่านเลย หรืออย่างเก่งก็แค่แสดงออกเพียงแค่เหตุเฉพาะหน้า อีกไม่ช้าก็จะเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้นอีก จึงน่าเสียใจยิ่ง ที่บทเรียนครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง