
ความตายที่ตากใบ
ภาพทารุณกรรมชาวบ้านที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งมารวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา บริเวณหน้า สภ.ตากใบ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 ก่อนจะนำร่างของผู้ถูกจับกุมถอดเสื้อ มัดมือไพล่หลัง วางทับถม เรียงซ้อนกันบนรถยีเอ็มซี เดินทางผ่านแดดที่แผดกล้า ไปยั
จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิตไปถึง 78 ศพ อาจยังเป็นความทรงจำเฉพาะลูก เมีย ญาติผู้เสียชีวิต เนื่องเพราะคนเหล่านั้น ยังมิได้รับการเยียวยาช่วยเหลือแต่อย่างใด อีกทั้งความตายโดยผิดธรรมชาติระหว่างการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกทำให้เชื่อว่าเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่โดยปกติ จึงดูคล้ายวิสามัญฆาตกรรมซึ่งไม่มีใครต้องรับผิดอีกต่อไป
ฉะนั้น คำสั่งคำร้องขอให้ไต่สวนการตาย ของศาลจังหวัดสงขลา ก่อนหน้านี้ ที่วินิจฉัยว่า ผู้ตายทั้งหมดเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันสลายการชุมนุมและควบคุมผู้ชุมนุมขึ้นรถ เป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จึงยังคงสร้างความกังขาให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต เพราะหากพิเคราะห์ตามสามัญสำนึก ผู้ที่นำคนทั้งหมดขึ้นรถถอดเสื้อ มัดมือไพล่หลัง วางซ้อนกันบนรถในเวลากลางวัน เดินทางนานนับชั่วโมงไปยังอีกสถานที่หนึ่ง โดยที่คนส่วนใหญ่ ถือศีลอด คืออดข้าวอดน้ำมาตลอดทั้งวัน ผู้กระทำย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า อาจเกิดการเสียชีวิตขึ้นได้
แน่นอนว่า คนเหล่านี้ คือผู้ต้องหาที่ต้องดำเนินการตามกระบวนการสอบสวน พิจารณาหาความผิดตามกฎหมาย แต่หลักปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ต้องหา สิทธิมนุษยชน และให้ความสำคัญต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วย การที่ญาติผู้เสียชีวิต ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เมื่อวันจันทร์ (29) เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลจังหวัดสงขลา โดยอ้างว่า คำสั่งศาลไม่ถูกต้อง ครบถ้วนตามหลักการที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150 และไม่เป็นธรรมตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลต้องไต่สวน และทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และเหตุแห่งพฤติการณ์ที่ตาย โดยถ้าตายโดยถูกคนทำร้ายให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำ เท่าที่จะทราบได้ จึงเป็นสิทธิในการปกป้องตัวเอง และเรียกหาความเป็นธรรมที่พึงกระทำ
ถึงแม้ว่าศาลอาญา จะมีคำสั่งไม่รับคำร้อง เนื่องจากไม่ปรากฏว่า สำนวนคดีนี้มีการยื่นฟ้องในศาลอาญามาก่อน ซึ่งทำให้ญาติผู้เสียชีวิตต้องไปยื่นคัดค้านคำสั่งไต่สวนการตายที่ศาลจังหวัดสงขลา แต่ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายในเรื่องเขตอำนาจศาล ข้อเท็จจริงยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัย และจักต้องพิสูจน์ให้ได้ในที่สุดว่า ความตายโดยผิดธรรมชาติที่ตากใบรวม 78 ศพนั้น จะมีผู้ที่ต้องรับผิดชอบสักคนหนึ่งหรือไม่ดสงขลา แต่ก็เป็นปัญหาข้อกฏหมายในเรื่องเขตอำนาจศาล งพฤติ



