เจาะประเด็นร้อน

คสช.กับนโยบายเร่งด่วนอาเซียน(1)

คสช.กับนโยบายเร่งด่วนอาเซียน(1)
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

คสช.กับนโยบายเร่งด่วนอาเซียน(1) : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

              ดีใจที่สุด เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิเศษชุดหนึ่ง เพื่อนำพาประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสง่างามและบูรณาการที่สุด ขณะนี้ไทยมีความพร้อมมากกว่าทุกประเทศในอาเซียน (ยกเว้นสิงคโปร์) ถึงแม้ว่ายังมีข้อด้อยต้องเสริมความเข้มข้นในบางเรื่องที่ความเร่งด่วนและในระยะยาวสิบถึงยี่สิบปี

              สิ่งแรกที่ต้องทำคือ คนไทยต้องเปลี่ยนวาทกรรมเกี่ยวกับอาเซียน ไหนๆ มี คสช.ทำเลย เรื่องการเตรียมความพร้อมสำหรับประชาคมอาเซียนมาเกือบสามปี ใช้งบประมาณเกือบแปดพันล้านบาท จนทุกๆ ท้องที่ในประเทศไทยรู้จักคำว่า “เออีซี” ถึงแม้ว่าจะไม่เข้าใจอะไรลึกซึ้ง ถามต่อลึกๆ สักสอง-สามคำถาม คนตอบในระดับ อบจ. หรือ อบต.จะรู้สึกมึนงงทันที พูดง่ายๆ ในระดับชาวบ้านมีความรู้สึกเหมือนกันคือ เราต้องทำอะไรสักอย่าง เพราะเออีซีกำลังจะมา เด็กๆ ก็ให้รู้จักการแต่งกายประจำชาติอื่น ร้องเพลงเต้นรำต่างๆ ของสมาชิกอาเซียน เรื่องทำนองนี้ทำได้ดีในระดับชาวบ้าน

              ในระดับชาติ ประเด็นเรื่องเออีซี (AEC-Asean Economic Community) ว่ามันเป็นเพียงเสาหนึ่งในสามเสาหลักของประชาคมอาเซียน หรือเรียกสั้นๆ ว่า เอซี (AC-Asean Community) ที่มีการเมือง/ความมั่นคงและสังคมวัฒนธรรมเข้ามาด้วย

              ตามจริงเสาหลักทางสังคมวัฒนธรรมสำคัญมากๆ ถ้าไม่ได้นำไปปฏิบัติตามแผนที่อาเซียนมี ประชาคมอาเซียนจะไม่มีทางเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ ต่อให้สมาชิกร่ำรวยแค่ไหนก็ซื้อความเป็นอาเซียนไม่ได้ ถ้าคนในประเทศสมาชิกยังไม่มีความเข้าใจถึงแก่นแท้ความเป็นอาเซียน และเข้าใจซึ่งกันและกัน

              ขณะนี้การเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนไทยต้องมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น มีจัดระบบและมาตรการต่างๆ ที่เข้มข้นและปฏิบัติ ไม่ใช่ดีแต่จัดสัมมนาหรือพิมพ์เอกสารซ้ำกัน จนต้องทิ้งขว้าง

              ไทยเราต้องทำการบ้านเยอะ เพราะมีชายแดนติดต่อสมาชิกอาเซียนถึง 5,656 กิโลเมตร ไม่เหมือนสิงคโปร์ ซึ่งไม่ต้องเตรียมอะไรเลย ประเทศนี้เป็นเกาะเล็กๆ และมีการค้าเสรีมาเนิ่นนานและได้ใช้มาตรการต่างๆ ที่เสริมให้ประเทศมีลักษณะพิเศษดึงดูดให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาใช้เป็นทางผ่านและการลงทุน จนกลายเป็นเมืองหลวงของอาเซียนโดยปริยาย

              คณะกรรมการอาเซียนของ คสช.สามารถปรับนโยบายและมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนให้ดีขึ้นมีเอกภาพมากขึ้น มีภราดรภาพมากขึ้นได้ทันที ไม่ต้องประชุมให้เสียเวลา เพราะมีเรื่องต้องมากมาย

              เรื่องแรกเริ่มที่สนามบินสุวรรณภูมิของเรา ในปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวจากสมาชิกอาเซียนเข้าออกเกือบแปดล้านคน ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด 27 ล้านคน ที่มาเที่ยวไทยในปีที่แล้ว บริเวณทางเข้าตรวจคนเข้าเมืองและหนังสือเดินทางทั้งขาไป-ขาออก มีอาเซียนเลนไว้สำหรับชาวอาเซียนโดยเฉพาะ

              ครับ น่ารักมาก ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มีเลนนี้มานาน แต่ปรากฏว่าทางการเราไม่ได้ใช้อาเซียนเลนให้เป็นประโยชน์ในการเสริมสร้างเอกลักษณ์อาเซียน ทำให้มีคุณค่าเพิ่มโฆษณาให้ประเทศไทยเลย พูดตรงๆ คือ เสียของไม่รู้คุณค่า น่าจะให้เจ้าหน้าที่ 4-5 คน ที่ประจำตรงบริเวณนั้น ดูแลความสะดวกและระเบียบในบริเวณบริการพาสปอร์ตอาเซียน เพื่อให้ชาวประชาคมอาเซียนทุกคนที่ผ่านเข้ามาในสุวรรณภูมิและกองตรวจคนเข้าไทย ความรู้สึกเป็นวีไอพี มีความรู้สึกร่วมเป็นประชาคม

              ที่ผ่านมา การมีอาเซียนเลนที่สนามบินสุวรรณภูมิไม่ได้ทำให้มีขั้นตอนเข้าออกที่เร็วขึ้นหรือสร้างความรู้สึกพิเศษอะไรเลย ประเด็นนี้สำคัญ เพราะเสียของ ทางเจ้าหน้าที่ดูแลสนามบินไม่เอาใจใส่หรือเข้มงวดเท่าที่ควร เวลานักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้าในอาเซียนเลน เจ้าหน้าที่ของเราอะลุ้มอล่วย ไม่ได้ว่าอะไร เวลาไปเที่ยวยุโรป คนไทยลองเผลอเดินเข้าอียูเลนในสนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี หรือในยุโรป ประเทศใดประเทศหนึ่ง มีหวังโดนไล่ออกมาทันที

              สมัยเป็นนักข่าวในช่วงรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา ในช่วงปี 1995 สนามบินดอนเมืองตอนนั้นมีอาเซียนเลนเช่นกัน ไทยเป็นประธานอาเซียนและเจ้าภาพต้องการโชว์ฟอร์มต่างๆ นานาว่า ไทยเราให้ความสำคัญอาเซียนอย่างไร แต่ที่ทำไปไม่มีใครจำได้เพราะไม่มีใครให้ความสนใจหรือติดตามงานต่อ ผู้ใหญ่สั่งมาให้มีอาเซียนเลน ติดป้ายไว้ ใครเดินมาเข้าช่องเหล่านี้ ก็ไม่สนใจ

              ในสิงคโปร์เหมือนกับสนามบินในหลายๆ ประเทศ มีเลนพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่ใช้ตั๋วชั้นหนึ่งหรือธุรกิจ เราควรใช้โอกาสนี้โปรโมทอาเซียนเลนของไทย ไม่ต้องเสียงบเพิ่มอย่างใช้กันแบบบานตะไทในรัฐบาลชุดก่อน (ยังมีต่อ)
 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง