เจาะประเด็นร้อน

ต้องพิสูจน์ฝีมือ

ต้องพิสูจน์ฝีมือ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ต้องพิสูจน์ฝีมือ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2557

              ว่ากันตามขั้นตอนแล้ว คงไม่เกินประมาณกลางเดือนสิงหาคม หรือสัปดาห์หน้า ประเทศไทยก็จะมีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ หลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ประชุมเลือกประธานและรองประธานสภาในวันที่ 8 สิงหาคม และเรียกประชุมเพื่อพิจารณาวาระเลือกนายกรัฐมนตรีในลำดับต่อไป ซึ่งค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารับตำแหน่งสำคัญนี้ ซึ่งบุคคลระดับสูงใน คสช.ก็ออกมาให้เหตุผลถึงความจำเป็นไปก่อนหน้านี้พอสมควรแล้ว สอดคล้องกับการสำรวจความเห็นประชาชนของสำนักโพลล์ต่างๆ ที่ผลออกมาในทำนองเดียวกันว่า เสียงส่วนใหญ่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะการบริหารงานตลอดเวลา 2 เดือน ที่ผ่านมา ผ่านโครงสร้าง คสช.ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงผลงานบ้างแล้ว

              พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และฝ่ายกฎหมาย คสช. ให้ความเชื่อมั่นต่อสังคมว่า ประชาชนจะไม่ผิดหวังกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และถึงแม้ คสช.จะไม่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ แต่ก็มีหลายฝ่ายพร้อมเข้ามาช่วยงาน คำยืนยันของ พล.อ.ไพบูลย์มีขึ้นหลังจากที่เริ่มมีชื่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ปรากฏทางสื่อมวลชน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปถึงภาพของรัฐบาลที่มีนายทหารเข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองจำนวนมาก แต่นั่นฝ่ายของ คสช.ก็ย่อมรู้สึกไปได้เช่นกันว่า เป็นการติเรือทั้งโกลน เพราะเป็นการแสดงความเห็นก่อนที่จะมีนายกรัฐมนตรีเสียด้วยซ้ำไป อย่างไรก็ตาม ถ้าหากคำวิจารณ์นั้นตั้งอยู่บนความสุจริตจริงใจอยากเห็นคณะรัฐมนตรีสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหา บำบัดทุกข์ บำรุงสุขได้มากที่สุด ก็เป็นเรื่องที่ คสช.พึงน้อมรับฟังด้วยเช่นกัน

              ข้อพิสูจน์สำคัญอย่างหนึ่ง หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม เป็นต้นมา คสช.ได้เข้ามาผลักดันให้งานหลายด้านที่สะดุดหยุดลงจากสภาพความล้มหลวทางการบริหารในรัฐบาลชุดก่อน คล้ายกับ คสช.เข้ามากดปุ่มรีสตาร์ทประเทศไทย ประชาชนคนไทยจึงได้เห็นการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของตลาดค้าข้าวของประเทศไทย ซึ่งแม้จะเป็นผลมาจากปัจจัยบวกจากภายนอกประเทศ เช่น ศักยภาพการผลิตของประเทศคู่แข่งลดลง ความต้องการข้าวมากขึ้น ประกอบกับมาตรการเอาจริงเอาจังกับการตรวจสต็อกข้าว ทำให้กลไกทางการตลาดที่เคยถูกบิดเบือนด้วยนโยบายจำนำข้าวทุกเมล็ดอยู่ในอาการง่อยเปลี้ยเสียขามานานหลายปี เริ่มจะเข้าที่เข้าทาง ปรากฏเป็นผลในทางบวกต่อภาพลักษณ์ของ คสช.ที่ไม่มีใครปฏิเสธ

              อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ถ้าหากการบริหารงานบ้านเมืองดำเนินการไปอย่างไร้แรงกระตุ้นหรือแรงจูงใจเพื่อให้คณะรัฐบาลผลักดันนโยบายให้สามารถขับเคลื่อนประเทศไปได้ดี รวมทั้งขาดการยอมรับจากนานาชาติเท่าที่ควรจะได้รับในสถานการณ์พิเศษเช่นนี้เสียแล้ว คณะรัฐมนตรี ซึ่งแม้ว่าภาพภายนอกจะดูดี ไม่น่าจะทำให้ผิดหวังได้ ก็อาจจะดำรงสถานะของเสนาบดีที่ไม่มีผลงานอะไร กรณีเช่นนี้ แม้ยังมี คสช.คอยกำกับดูแลอยู่ ก็ใช่ว่า คสช.จะสามารถรับประกันคุณภาพได้ตลอดไป เวลานับจากนั้นต้องพิสูจน์กันด้วยผลงานจริงๆ

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง