
ศึกษากรณี'สภาทหาร2502'
ศึกษากรณี'สภาทหาร2502' : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
เมืองไทยมีรัฐประหารหลายครั้ง โรดแม็พของทหารแต่ละคณะ ก็ไม่แตกต่างกัน หลังจากประกาศใช้ธรรมนูญปกครอง ตามมาด้วยการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และตั้งนายกรัฐมนตรี
สนช.ใต้เงาปืน ก็เป็น "สภาแต่งตั้ง" และผู้ที่จะเข้ามานั่งเก้าอี้ สนช. ซึ่งกว่าครึ่งสภาก็หนีไม่พ้น "ทหาร"
จะแปลกแตกต่างไปบ้าง ตรงที่ สนช.ปี 2549 ที่เป็นสถานการณ์พิเศษ ตรงที่ก่อนเกิดรัฐประหาร มีฝ่ายต้านระบอบทักษิณเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ต่อเนื่อง เสมือนเป็นเงื่อนไขให้ทหารก่อการยึดอำนาจ จึงมีตัวแทนของฝ่ายต้านทักษิณเข้าไปเป็น สนช.จำนวนหนึ่ง
ต่อมา สนช.กลุ่มนี้ ได้กลายเป็น ส.ว. และมีบทบาทชัดเจนว่ายืนอยู่ตรงข้ามกับกลุ่มอำนาจ "ระบอบทักษิณ"
สำหรับปีนี้ มีข่าวว่า จะกลับมาเป็น "สภาทหาร" อีกครั้ง วันก่อน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า บ้านเมืองขณะนี้ไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ คนที่เข้ามาใน สนช.ได้รับการคัดเลือกอย่างดี กองทัพเองจะส่งใครเข้ามาใน สนช.ก็ต้องกลัวเสียชื่อ ดังนั้นคนที่ส่งเข้าไป ต้องทำการบ้านอย่างหนัก และเป็นคนที่มีความรู้ หลายคนเรียนจบปริญญาโทและปริญญาเอก ด้านรัฐศาสตร์
สนช.ปี 2557 จะคล้ายกับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2502 เพราะน่าจะเป็นสภาทหารเต็มรูป
ย้อนไปเมื่อรัฐประหาร 20 ตุลาคม 2501 ภายใต้การนำของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ประกาศชัดว่าระบบการเมืองใหม่หรือ "ระบอบปฏิวัติ" ก็คือ ระบอบที่อาศัยรัฐสภาที่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด โดยไม่มีการเลือกตั้งเลย เนื่องจากสภาแต่งตั้งมาจากทหารและข้าราชการประจำนั้น มีวินัย และสามารถควบคุมได้
ต่อมา มีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2502 และได้มีการจัดตั้ง "สภาร่างรัฐธรรมนูญ" ซึ่งจะทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และเป็นสภานิติบัญญัติไปด้วย
3 กุมภาพันธ์ 2502 คณะปฏิวัติประกาศตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 240 คน เป็นสภาทหารและข้าราชการเกือบทั้งหมด เพราะมีนายทหารประจำการ เป็นสมาชิกสภามากถึง 150 คนในจำนวนนี้เป็นทหารบก 104 คน
ที่เหลืออีก 46 คน เป็นทหารอากาศ ทหารเรือ และตำรวจ เนื่องจากกำลังหลักในการยึดอำนาจมาจากทหารบก ฉะนั้นสัดส่วนในสภาฯ ย่อมมากกว่าเหล่าทัพอื่น
สภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้เลือก พล.อ.สุทธิ สุทธิสารรณกร รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ และมีรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2 คนคือ สัญญา ธรรมศักดิ์ และ ทวี บุณยเกตุ
9 กุมภาพันธ์ 2502 สภาร่างรัฐธรรมนูญ ลงมติให้จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หัวหน้าคณะปฏิวัติเป็นนายกรัฐมนตรี
10 กุมภาพันธ์ 2502 จอมพลสฤษดิ์ ตั้งคณะรัฐมนตรีซึ่งมีจำนวน 14 คนโดยไม่มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการ รัฐมนตรีเป็นข้าราชการทั้งหมด
มีรัฐมนตรีคนเดียวที่เคยเป็น ส.ส. คือ โชติ คุณะเกษม ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยโดยได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ส่วน พล.อ.ถนอม กิตติขจร (ยศขณะนั้น) เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.ท.ประภาส จารุเสถียร (ยศขณะนั้น) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หนึ่งเดียวในสยามประเทศ พ.ศ.โน้น จอมพลสฤษดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก และอธิบดีกรมตำรวจ
นัยว่า สนช.ปี 2557 จะมี "ทหารประจำการ" พาเหรดเข้าสภากันนับร้อยคน รวมถึง "นายพล" มากกว่าสิบนายที่จะนั่งเก้าอี้ รมต. ทั้งที่เป็นนายทหารประจำการและนายทหารนอกราชการ
อีกไม่กี่วันข้าง ก็คงได้รู้กันว่า "สนช." และ ครม.ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะเดินตามรอยคณะปฏิวัติ 2502 กี่มากน้อย



