คอลัมนิสต์

กฎหมายที่ตำรวจรอคอย

กฎหมายที่ตำรวจรอคอย

30 ก.ค. 2557

กฎหมายที่ตำรวจรอคอย : บทบรรณาธิการประจำวันที่30ก.ค.2557

              ถึงแม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้ามาทำการยึดอำนาจจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่มีคำถามเกิดขึ้น และยังไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่า สรุปสุดท้ายหลังจากที่ประเทศไทยมีร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยระบอบประชาธิปไตยที่ร่วมกันร่างภายใต้กรอบเงาของคณะนายทหาร สถานการณ์บ้านเมืองจะกลับเข้าสู่โหมดความสงบสุขอย่างถาวรได้จริงหรือไม่ ความขัดแย้งระหว่างประชาชนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองจะสิ้นสุดลง การทุจริตคอร์รัปชั่น การซื้อสิทธิขายเสียงจะหมดไป และปัญหาทางการเมืองจะไม่หวนกลับมาอีก ก็ยังไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ โดยเฉพาะการชุมนุมทางการเมืองในอนาคตจะเกิดขึ้นรูปแบบไหน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะตกเป็นแพะรับบาปเหมือนอย่างที่ผ่านมาโดยไม่มีกฎหมายมารองรับการปฏิบัติ เหล่านี้เป็นหัวข้อสำคัญที่ คสช.กำลังเร่งดำเนินการ ตำรวจจะต้องไม่เป็นเครื่องมือนักการเมืองอีกต่อไป

              ที่ผ่านมา สตช. มีการเสนอร่างกฎหมายการชุมนุมสาธารณะ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะเมื่อกฎหมายผ่านเข้าสภาก็ถูกดองถูกเก็บ ได้ไกลสุดก็ติดอยู่ที่ขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภา เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก็ไม่มีการเสนอร่างดังกล่าวจนกฎหมายนี้ตกไป ล่าสุดคณะรักษาความสงบแห่งชาติสั่งให้ สตช.เสนอร่างดังกล่าวกลับมาอีกครั้ง เพื่อเป็นเครื่องมือในการปกป้องเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.จึงสั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทบทวนร่างนี้ เพื่อให้ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์ กฎหมายควบคุมฝูงชนเป็นเหมือนเครื่องมือหรือเกาะกั้นระหว่างฝ่ายการเมืองกับข้าราชการประจำก็คงไม่ผิดนักเพราะจากอดีตตำรวจตกเป็นเหยื่อของฝ่ายการเมืองในสถานการณ์นี้มาโดยตลอด ผบ.ตร.เกือบทุกยุคพยายามเรียกร้องให้สภาผ่านร่างกฎหมายลักษณะนี้ ชัดเจนที่สุดก็คงเป็นยุคของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ที่เห็นความจำเป็นและตัวเองก็กลายเป็นแพะรับบาปจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองด้วย

              การที่ คสช.สั่งให้ รรท.ผบ.ตร.นำเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวขึ้นมานั้น อาจมองได้ว่า ในอนาคตปัญหาการชุมนุมทางการเมืองอาจกลับมาอีก ตำรวจเองหรือแม้แต่ทหารควรจะมีเกราะเพื่อปกป้องตนเอง หลายครั้งของการชุมนุมข้าราชการประจำต้องตกเป็นผู้ต้องหา ขณะที่นักการเมืองไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะคำสั่งจากฝ่ายรัฐบาลนั้น ทางปฏิบัติไม่ได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เป็นการสั่งด้วยวาจา ตำรวจเองก็ต้องฝืนปฏิบัติไปตามนั้นเพราะเกรงกลัวอำนาจ กลัวเสียตำแหน่งเสียเก้าอี้ โดยไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่า การปฏิบัติตามคำสั่งรัฐบาลจะหลุดรอดจากการถูกดำเนินคดีเช่นกรณีของ พล.ต.อ.พัชรวาท กว่าจะได้คินความชอบธรรมก็หลายปี รวมถึงอดีตผู้นำตำรวจอีกหลายท่านที่ตกอยู่ในวังวนของคำสั่งทางการเมือง เมื่อมีกฎหมายควบคุมฝูงชนอย่างน้อยตำรวจก็มีกฎหมายคุ้มครอง กฎหมายนี้คือหัวใจในการควบคุมฝูงชนเป็นหัวใจและขวัญของตำรวจ