
เหิมเกริมจนไร้ขอบเขต
การเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงให้เข้าชื่อร่วมกันเพื่อถวายฎีกาขอให้มีการอภัยโทษแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นความกดดันล่าสุด เพื่อหวังสร้างความปั่นป่วนในบ้านเมือง ทำให้รัฐบาลต้องพะวักพะวงกับปัญหามวลชนโดยไม่มีโอกาสได้ทุ่มเททั้งเวลาและทรัพยากรเต็มที่ในการฟื้น
ข้อเรียกร้องเท่ากับต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ต้องรับโทษจำคุก และให้หลุดจากข้อกล่าวหาในคดีอาญาอีก 17 กรณีซึ่งกำลังรอการพิจารณาในศาล หลังจากการสอบสวนโดยคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน เป็นการสร้างความรู้สึกว่าผู้มีอำนาจเงิน และอิทธิพลทางการเมืองนั้นไม่สมควรต้องได้รับโทษแม้จะถูกพิสูจน์ว่าได้กระทำความผิดอาญาแผ่นดินก็ตาม
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งอยู่ในสถานะของผู้หลบหนีโทษจำคุก ไม่ต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองโดยกระบวนการยุติธรรม ในกรณีที่ตัวเองตกเป็นผู้ต้องหา ขณะที่ตัวเองใช้กระบวนการเดียวกันในการฟ้องร้องผู้อื่น เป็นการฉกฉวยโอกาสเอาเปรียบจากสถานการณ์โดยปราศจากความรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่น่าอาย
จะเห็นได้ว่าการชุมนุมของมวลชนเสื้อแดงนั้นไม่ได้ก่อประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ ไม่มีข้อเรียกร้องหรือการต่อสู้เพื่อให้ชาติบ้านเมืองอยู่ในสภาพดีขึ้น เพราะวัตถุประสงค์หลักคือการระดมเสียงเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาเป็นผู้นำประเทศอีกครั้ง โดยไม่คำนึงถึงพฤติกรรมซึ่งได้สร้างความเสียหายต่อประเทศ โดยเฉพาะการเอาทรัพย์สินแผ่นดินไปขายให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการสื่อสารโดยดาวเทียม หุ้นของ ปตท. และกิจการอื่นๆ
การขออภัยโทษนั้นไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะผู้นำเสนอได้แสดงให้เห็นความก้าวร้าว ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง มีประวัติด้านล่วงละเมิด พูดกล่าวร้าย จาบจ้วงสถาบัน และผู้ที่ต้องการพ้นโทษยังไม่ได้แสดงให้เห็นว่าตัวเองได้กระทำความผิด แต่มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งโดยผู้อื่น พฤติกรรมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงการไม่ยอมรับกระบวนการทางกฎหมาย คนในเครือข่ายพยายามติดสินบนตุลาการหลายคดี ทำให้เห็นถึงการใช้เงินเพื่อสร้างอำนาจและอิทธิพล และเป็นอภิสิทธิ์ชนอย่างแท้จริง
รัฐบาลต้องตั้งมั่นอยู่บนหลักการแห่งความถูกต้อง สิ่งที่ต้องเร่งทำอย่างยิ่งคือการปฏิรูป จัดการองค์กรซึ่งเกี่ยวข้องกับกลไกการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อคงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของระบบ และกระบวนการยุติธรรม เพราะการไร้ประสิทธิภาพ การอิงกับอำนาจการเมือง ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ในการดำรงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายล้มเหลว ไม่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม และสร้างความเหิมเกริมให้กลุ่มนักการเมืองไร้คุณธรรมและจริยธรรม สร้างความไม่น่าเชื่อถือต่อสังคมนานาชาติ ส่งผลกระทบต่อการธุรกิจระหว่างประเทศ



