คอลัมนิสต์

สันติสุขปลายด้ามขวาน

สันติสุขปลายด้ามขวาน

27 ก.ค. 2557

สันติสุขปลายด้ามขวาน : บทบรรณาธิการประจำวันที่27ก.ค.2557

                กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ยังคงเดินหน้าแสดงศักยภาพสร้างความเสียหายทั้งในชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่องให้แก่คน 3 จังหวัดที่อยู่ปลายด้ามขวาน โดยล่าสุดเมื่อเย็นวันที่ 25 กรกฎาคม เกิดเหตุคาร์บอมบ์ขึ้นบริเวณหน้าโรงแรมฮอลิเดย์ ฮิลล์ (ฟูทูน่า) เลขที่ 50 ถนนภักดีดำรง อ.เบตง จ.ยะลา อานุภาพของแรงระเบิดขนาด 30 กิโลกรัมนอกจากจะทำให้ตึกรามบ้านช่องซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ได้รับความเสียหายแล้ว ยังทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก สาเหตุจากจุดที่คนร้ายก่อเหตุนั้นอยู่ใจกลางเมืองเบตงซึ่งทางจังหวัดได้จัดงานเทศกาลผลไม้ขึ้นและเป็นวันศุกร์ที่มีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงทำให้ชาวบ้านที่เข้าร่วมงานทุกเพศทุกวัย หลากหลายเผ่าพันธุ์ ต้องพบกับความสูญเสียในครั้งนี้ด้วย

                นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ จ.ยะลา ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นเป้าใหญ่ของผู้ที่ไม่หวังดีก่อความไม่สงบอยู่บ่อยครั้ง มีเหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่รุนแรงกลางเมืองถึง 4 ครั้ง แรงระเบิดทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลามไปทั่ว อาคารบ้านเรือนพังพินาศหลายสิบครัวเรือนต้องไร้ที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจพังยับจนคนไทยพุทธต้องละทิ้งบ้านเกิดย้ายไปอยู่ที่อื่นเป็นจำนวนมาก ขณะที่ อ.เบตง ซึ่งเป็นชายแดนใต้สุดแดนสยามอยู่ห่างจาก อ.เมือง ประมาณ 140 กิโลเมตร  ถือว่าเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเบาบางที่สุดใน 37 อำเภอของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และบางส่วนของ จ.สงขลา เพราะมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เรียกว่าตาสับปะรด ใช้อาสาสมัครประชาชนดูแลกันเอง จากบทเรียนครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2549 ที่คนร้ายลอบวางระเบิดธนาคารพร้อมกัน 6 แห่ง

                การเข้ามาบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ส่งสัญญาณการขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ไว้อย่างชัดเจน ที่ต้องอยู่ภายใต้กรอบการทำงานของกองทัพอย่างเต็มรูปแบบ การเข้ามาเปิดเกมรุกด้วยการปรับเปลี่ยนอำนาจในพื้นที่อย่างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  (ศอ.บต.) ซึ่งต้องพินิจความหลากหลายของปัญหาในพื้นที่ ไล่เรียงน้ำหนักและความสำคัญเพื่อกระชับกลไก โครงสร้างการทำงาน และยุทธศาสตร์ ที่ต้องวางกรอบการทำงานและแนวทางการปฏิบัติแผนงานโครงการต่างๆ นำไปสู่จุดหมายโดยเฉพาะการทำงานประสานในด้านพลังสังคมในพื้นที่ที่ได้ขับเคลื่อนมาได้ในระดับหนึ่ง

                ท่ามกลางปัญหาที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับทำให้ประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานต้องสูญเสียชีวิตรายวันจากการกระทำของผู้ไม่หวังดี ทุกฝ่ายเอาใจช่วยกับการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานานกว่า 10 ปี พี่น้องปลายด้ามขวานเองแม้จะชาชินกับความสูญเสีย แต่ก็ยังรอและภาวนาให้สันติสุขกลับคืนมาโดยเร็ว โดยเฉพาะการสานต่อในกระบวนการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็นและกลุ่มอื่นๆ ที่ยังคาราคาซังอยู่ในพื้นที่ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่งหากการใช้สันติวิธีเป็นทางออกถูกเมินเฉย เมื่อคสช.เองก็ยืนยันในแนวทางนี้ ก็ควรต้องเร่งเปิดโต๊ะเจรจาพร้อมทั้งประเมินการทำงานทุกๆ ด้านในพื้นที่เพื่อสร้างสันติสุขที่แท้จริงให้เกิดขึ้นโดยเร็ว