คอลัมนิสต์

ว่าด้วย'อำนาจชั่วคราว'ในสยามประเทศ

ว่าด้วย'อำนาจชั่วคราว'ในสยามประเทศ

24 ก.ค. 2557

ว่าด้วย'อำนาจชั่วคราว'ในสยามประเทศ : มนุษย์สองหน้า

               ในที่สุดประเทศไทย ก็ปกครองด้วยกฎหมายสูงสุดที่เรียกว่า "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557" ซึ่งเกิดขึ้นหลังการทำรัฐประหารของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

               ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา บ้านเราเมืองเรา มีธรรมนูญการปกครอง หรือรัฐธรรมนูญชั่วคราว 6 ฉบับ ประกอบด้วย "ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502" สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

               ถัดมา ในยุคจอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร ผู้สืบทอดอำนาจจากจอมพลสฤษดิ์ ได้คืนอำนาจให้ประชาชนผ่านรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2512 แต่ด้วยความวุ่นวายในรัฐสภา ได้ทำให้จอมพลถนอม ทำรัฐประหารยึดอำนาจตัวเองเมื่อปี 2514 และครองอำนาจมานานเดือน ก่อนจะมี "ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515"

               เกิดเหตุการณ์ตุลามหาวิปโยค อันนำไปสู่การสิ้นสุดยุคเผด็จการทหาร เหมือนเมืองไทยจะก้าวรุดหน้าไป ดอกไม้ประชาธิปไตยชูช่อไสว

               เพียงชั่วเวลา 3 ปี ถนนสายประชาธิปไตยก็สะดุดอีกครั้ง เมื่อ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ นำกลุ่มขุนศึกสายอนุรักษ์นิยม ยึดอำนาจ และทำคลอด "ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520"

               ขณะที่หัวรถจักรเศรษฐกิจกำลังแล่นฉิว คณะทหารที่นำโดย พล.อ.สุจินดา คราประยูร ได้ยึดอำนาจ พร้อมประกาศใช้ "ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534"

               ปี 2548 มีการเลือกตั้งทั่วไป พรรคไทยรักไทย กวาดเก้าอี้ ส.ส.ไปค่อนสภา แล้วเรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น ในความขัดแย้งระหว่างเครือข่ายทักษิณ กับกลุ่มพันธมิตรฯ  พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ฉวยโอกาสก่อการยึดอำนาจ และมีการประกาศใช้ "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549"

               และครั้งล่าสุด คสช.ได้ประกาศใช้ "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557"

               หากย้อนดูโรดแม็พของ คสช. ก็คล้ายกับเส้นทางอำนาจของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ยึดอำนาจเมื่อ 20 ตุลาคม 2501 เนื่องจากจอมพลสฤษดิ์ ได้ใช้เวลาเตรียมการอยู่ระยะเวลาหนึ่ง ปกครองประเทศโดยอาศัย "อำนาจปฏิวัติ" ออกประกาศคณะปฏิวัติ เป็นกฎหมายมาบังคับใช้

               เหมือน คสช. ช่วงที่ผ่านมา ได้ออกประกาศ คสช.ฉบับแล้วฉบับเล่า โดยเฉพาะช่วงก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ได้มีประกาศ คสช.หลายสิบฉบับภายในคืนเดียว

               28 มกราคม 2502 จอมพลสฤษดิ์ จึงได้ประกาศธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2502 เป็นกติกาในการปกครองประเทศ และมีการจัดตั้ง "สภาร่างรัฐธรรมนูญ" ซึ่งจะทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเป็นสภานิติบัญญัติไปด้วย

               3 กุมภาพันธ์ 2502 คณะปฏิวัติประกาศตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 240 คน เป็นสภาทหารและข้าราชการเกือบทั้งหมด เพราะมีนายทหารประจำการ เป็นสมาชิกสภามากถึง 150 คน ในจำนวนนี้ เป็นทหารบก 104 คน

               9 กุมภาพันธ์ 2502 สภาร่างรัฐธรรมนูญลงมติให้ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หัวหน้าคณะปฏิวัติ เป็นนายกรัฐมนตรี

               วันรุ่งขึ้น จอมพลสฤษดิ์ก็ตั้งคณะรัฐมนตรีซึ่งมีจำนวน 14 คน โดยไม่มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการ รัฐมนตรีเป็นข้าราชการทั้งหมด

               ตำแหน่งรัฐมนตรีที่น่าสนใจคือ พล.อ.ถนอม กิตติขจร เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) และ พล.ท.ประภาส จารุเสถียร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ยศและตำแหน่งขณะนั้น)

               ส่วนจอมพลสฤษดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก และอธิบดีกรมตำรวจ

               ทั้งหมดเป็นเรื่อง "อดีต" แต่ "ปัจจุบัน" จะมีหน้าตาอย่างไร? ไม่เกินฝนนี้ ก็ได้ประจักษ์กันทั้งชาติว่า ใครเป็นใคร..ในอำนาจใหม่ของ คสช.