
คสช.จบงานเฟสแรก
คสช.จบงานเฟสแรก : ขยายปมร้อน สำนักข่าวเนชั่น โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลาราว 16.30 น. คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศ ซึ่งตลอดเวลาสองเดือนที่ผ่านมา คสช.อยู่ในสถานะองค์รัฏฐาธิปัตย์ ทำหน้าที่ปกครองประเทศ
บ้านเมืองอยู่ภายใต้การบริหารงานของคณะ คสช. ประกาศต่างๆ ของ คสช. ถือเป็นกฎหมาย โดยไม่มีกฎหมายสูงสุดเป็นกฎหมายแม่บท ส่วนการบริหารประเทศก็ทำโดยคณะ คสช. โดยมีหัวหน้า คสช.เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด โดยปราศจากรัฐบาลในสภาพปกติ เรียกได้ว่ากุมทั้งอำนาจ บริหาร และนิติบัญญัติ ส่วนอำนาจศาลนั้น แม้จะยังเหมือนปกติแต่ก็มีบางคดีที่ถูกโอนไปอยู่ในอำนาจศาลทหาร
แต่วานนี้ (22 ก.ค.) ที่สุดแล้ว รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ก็มีผลบังคับใช้ แม้ว่าขณะที่ปิดต้นฉบับนี้จะยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญเขียนอย่างไรบ้าง แต่สัญญาณที่ส่งออกมานั้นถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะเป็นไปตามที่ คสช. ระบุว่าจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ในเดือนกรกฎาคม และหมายถึงการเริ่มเข้าสู่เฟสสองของการทำงานหลังการยึดอำนาจ
ความสำคัญของการมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวคือ เราจะมีรูปแบบการปกครองที่คล้ายปกติ เพราะจากนี้ไปอำนาจ "บริหาร" จะอยู่ที่รัฐบาลในรูปแบบปกติ กล่าวคือ มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศ และมีรัฐมนตรีไปประจำตามกระทรวงต่างๆ
นอกจากนี้ยังจะมีสภาที่ทำหน้าที่ในการตรากฎหมาย และอาจมีอำนาจหน้าที่อื่นๆ ตามมาอีก เรียกได้ว่าเป็นรูปแบบที่ "ใกล้เคียง" ปกติที่สุด แม้ว่าจะเป็นที่รู้กันว่าผู้มีอำนาจสูงสุดคอยควบคุมเพื่อให้เดินหน้าไปในทิศทางตามที่ต้องการ แต่เมื่อมีรูปแบบที่ชัดเจนการกลั่นกรองย่อมมีมากกว่า และโอกาสที่เราจะเห็นการประกาศกลับไปกลับมา เช่นช่วงที่ผ่านมาน่าจะน้อยลง
แต่ที่สำคัญที่สุดคือเมื่อเข้าสู่เฟสสอง มีรัฐธรรมนูญชัดเจนเท่ากับว่าจะมีการกำหนดกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า จะต้องทำอย่างไรบ้าง รวมถึงการมีกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าจะต้องทำเสร็จเมื่อไหร่ ซึ่งย่อมหมายถึงเป็นการกำหนดให้เห็นคร่าวๆ ว่า เมื่อไหร่ประเทศเราจะกลับเข้าไปสู่การเลือกตั้งตามที่ควรจะเป็นอีกครั้ง
แน่นอนว่า นี่ย่อมเป็นสิ่งที่ต่างชาติจับตาเช่นกัน หลังจากที่ชาติตะวันตกโดยมากดูเหมือนจะไม่พอใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งหลายชาติที่แม้ไม่แสดงท่าทีมากนัก แต่ก็รอดูว่า "ไทย" กำลังจะเดินหน้าไปในทางไหน ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ย่อมเป็นเหมือนคำมั่นว่า เรากำลังจะกลับคืนสู่ประชาธิปไตย และมาตรการจากนานาชาติคงไม่มีอะไรที่เข้มข้นไปกว่านี้
แต่ต้องไม่ลืมว่านี่เพิ่งผ่าน "เฟสแรก" ไปเท่านั้น ยังเหลือ "เฟสสอง และ เฟสสาม" ตามมาอีก วันนี้ คสช.อาจจะทำตามสัญญา และตามเวลาที่กำหนดไว้ แต่ต้องไม่ลืมว่าแม้ก้าวแรกจะสำคัญแต่ก้าวที่สองที่สามย่อมสำคัญไม่แพ้กัน
จากนี้ไปจะเป็นบททดสอบที่แท้จริงของ คสช. เพราะหลากหลายปัญหายังรอการแก้ไข ลำพังเรื่องการเขียนรัฐธรรมนูญก็จะถูกจับตาทุกฝีก้าวว่า กำลังจะทำอะไรกับโครงสร้างของสังคมไทยหรือไม่ จะมีการสืบต่ออำนาจหรือเปล่า และที่สำคัญคือ สังคมคาดหวังเอาไว้ว่า จะต้องไม่มีวาระซ่อนเร้นใดๆ อยู่ในรัฐธรรมนูญ
ส่วนความปรองดอง ความสามัคคีของคนในชาติ ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรก็ปฏิเสธได้ยากว่า ไม่มีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับ คสช. ตั้งแต่ต้น
หน้าตาและผลงานของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ก็เป็นสิ่งที่ คสช. หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่พ้นเช่นกัน เพราะเป็นทั้งผู้เลือกและผู้ควบคุม
ที่ผ่านมางานอาจจะยาก แต่จากนี้ไปจะไม่ยิ่งหย่อน ทุกก้าวย่างต้องละเอียด เพื่อให้โรดแม็พ "คืนความสุข" ให้ประชาชน เป็นไปดังสัญญา เหมือนกับบทเพลงที่ "ประยุทธ์" ประพันธ์ขึ้น
.................
(หมายเหตุ : คสช.จบงานเฟสแรก : ขยายปมร้อน สำนักข่าวเนชั่น โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)



