
'สู้ไม่สู้'หลัง10สิงหารู้กัน
'สู้ไม่สู้'หลัง10สิงหารู้กัน : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
แล้วก็มาถึงวันที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปทัวร์ยุโรป และสหรัฐอเมริกา โดยกำหนดการเดินทางกลางดึกวันที่ 22 กรกฎาคม กำหนดจะเดินทางกลับตามที่ได้ขออนุญาต คสช.ไว้ก็คือ วันที่ 10 สิงหาคม
ก็ยังคงมีคำถามอยู่ว่า การเดินทางของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยในครั้งนี้ จะเป็นการไปแล้วไปลับ ไปแล้วไม่กลับมาเหมือนกับที่พี่ชาย ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเช่นกัน ต้องเดินทางวนเวียนรอบประเทศไทย ข้ามไปโน่นนี่ แต่เข้าประเทศไทยไม่ได้ เนื่องจากต้องโทษพิพากษาจำคุก 2 ปี
ในส่วนของยิ่งลักษณ์เอง แม้จะยังไม่มีคำพิพากษา แต่ก็มีคดีความที่เข้าคิวพิจารณาโดยเฉพาะในส่วนของ ป.ป.ช.นับสิบคดี
โดยมีคดีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลคดีอาญาว่าปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ในกรณีโครงการจำนำข้าวแล้วปล่อยให้มีการทุจริตทุกขั้นตอน โดยที่ไม่ยับยั้ง หรือสั่งระงับโครงการ
เป็นการชี้มูลคดีในวันเดียวกับที่ คสช.อนุญาตให้ยิ่งลักษณ์เดินทางไปต่างประเทศ !
นั่นเป็นเพราะตามหลักในการพิจารณาคดีแล้ว แม้ ป.ป.ช.จะชี้มูลผิด แต่ก็ไม่มีอำนาจที่จะไปสั่งห้ามการเดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากอำนาจนั้นอยู่ที่ศาล หรือในตอนนี้ คสช.เองก็มีอำนาจนั้น
แต่เรื่องนี้หากมองในมุมของเกมการเมือง หรือรูปแบบการ "วัดใจ" แล้ว การจะ "กลับ" หรือ "ไม่กลับ" ของยิ่งลักษณ์ เป็นการส่งสัญญาณบางอย่างต่อคนในประเทศ รวมทั้ง คสช. ที่คงจะเข้าใจว่า มีมุมมองในกรณีนี้อย่างมีนัยและหลายมิติ
แม้ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า ควรจะต้องสร้างความประนีประนอมให้แก่คนในชาติ รวมทั้งคนที่อยู่นอกประเทศ โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่พักหลังเหมือนจะเก็บเนื้อเก็บตัวราวกับว่า "รออะไรบางอย่าง"
แต่ขณะเดียวกันก็มีอีกกระแสที่พยายามชี้ให้เห็นว่า บททดสอบหลายข้อและหลายครั้งได้ถูกพิสูจน์มาแล้วว่า ศึกที่ยืดเยื้อมานานนี้ไม่มีวันที่จะจบลงได้ง่าย โดยเฉพาะหากยังคงใช้วิธีการเดิมๆ
ภาพที่ออกมาเป็นเพียงความเงียบสงบก่อนที่พายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ
สิ่งที่ควรจะทำก็คือ ต้องตัดไฟแต่ต้นลม เมื่อตัดกิ่งก้านสาขา รวมไปถึงรากฝอยหมดแล้ว ก็ไม่ควรที่จะรั้งรอให้รากแก่เน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา หากแต่ต้องขุดรากถอนโคนเสียให้สิ้นซากในเร็ววัน
แต่ในความเป็นจริง ท่ามกลางความขัดแย้งที่เพิ่งจะค่อยๆ ลดอุณหภูมิลง ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะใช้วิธีดุดันขนาดนั้น
เพราะอุณหภูมิที่ลดลงนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ยังคงต้องมีการระดมอีกสารพัดวิธีการ และต้องให้เวลา เพื่อให้ความขัดแย้งลดลงไปจนถึงจุดที่ทุกคนพูดคุยกันได้ในทุกเรื่องโดยไม่ขุ่นเคืองกัน
ทว่า จะมีบททดสอบใดอีกเพื่อให้ได้รู้ว่า อีกฝ่ายจะสู้ต่อ หรือจะยอมรามือ
วันศุกร์ที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ก็ออกปากแล้วว่า ให้กลับมาสู้คดีในประเทศ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายทางที่พยายามสื่อไปถึง
ก็ไม่เลวนัก หากจะใช้การเดินทางไปต่างประเทศของยิ่งลักษณ์ในช่วงนี้ เป็นเครื่องมือพิสูจน์
ถ้าไปแล้วกลับ ก็อาจหมายความว่า พร้อมเผชิญหน้ากับคดีความแต่โดยดี
นั่นย่อมหมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยินยอมที่จะเลิกรา
แต่หากว่า ไปแล้วไม่กลับ ก็ชัดเจนว่า งานนนี้ "เล่นไม่เลิก"
เพราะต้องไม่ลืมว่า มีกลุ่มก๊วนที่ไม่ยอมมารายงานตัวต่อ คสช.พยายามเคลื่อนไหวจุดไฟที่นั่นที่นี่อยู่แล้ว เพียงแต่จุดเท่าไหร่ก็จุดไม่ติด ได้แต่คิดประเด็นส่งข้อความในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กมากวนใจเล่นเท่านั้น
ว่ากันว่า ยิ่งลักษณ์จะถือพาสปอร์ต 2 เล่ม หนึ่งนั้นในนามพลเมืองไทย ส่วนอีกหนึ่ง เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของมอนเตเนโกร หากไม่อยากจะกลับประเทศก็สามารถเดินทางท่องไปได้ทั่วโลกอยู่แล้ว
เริ่มนับหนึ่งกันได้แล้ววันนี้ ว่า ครั้งนี้จะยืดเยื้อไปอีกหรือไม่ หลังวันที่ 10 สิงหาคม ได้รู้กัน!
.........................................
(หมายเหตุ : 'สู้ไม่สู้'หลัง10สิงหารู้กัน : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



